วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

"มาสด้า"ขยายเป้า4.2หมื่นคัน "ภูเก็ต"แก้มปริได้เก๋งเล็กทำเกม



"มาสด้า" ประกาศ 4 เดือนสุดท้ายของปี เตรียมส่งรถใหม่ทั้งเก๋ง-ปิกอัพ พร้อมอัดกิจกรรมการตลาดเพียบ หวังโกยยอดทะลุ 4.2 หมื่นคัน ด้านมาสด้าภูเก็ต เผยยอดขายเกินเป้า หลังได้มาสด้า 2 เป็นตัวทำเกม


นายโชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงเวลา 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ บริษัทได้เตรียมส่งกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่าง ๆ การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นพิเศษออกสู่ตลาดทั้งรถเก๋งและรถปิกอัพ รวมทั้งการจัดแคมเปญพิเศษเพื่อขอบคุณลูกค้าเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยตรง และเชื่อว่ายอดขายทั้งปีจะอยู่ที่ 42,000 คัน เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน

หลังจากบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ ส่งมาสด้า 2 ใหม่ให้มีสเป็กที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าค่อนข้างดี ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์มาสด้าเติบโตถึง 34% เมื่อเทียบด้วยยอดรวมทั้งสิ้น 3,900 คัน

ขณะที่นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจากการปรับโฉมมาสด้า 2 รุ่นล่าสุด โดยมีเป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ และณเดชน์ คูกิมิยะ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์มาสด้า ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า พร้อมกันนี้ มาสด้ายังมีแคมเปญสุดพิเศษ พร้อมเงื่อนไขที่จูงใจ และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เสริมเข้ามาช่วยให้ลูกค้าสามารถ ตัดสินใจเป็นเจ้าได้ในทันทีหลังจากที่ได้ทดลองขับรถยนต์มาสด้า

ด้านนายธนาภูมิ หงษ์หยก รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อนุภาษการค้า ภูเก็ต จำกัด เปิดเผยถึงยอดการจำหน่ายรถยนต์มาสด้าในจังหวัดภูเก็ตว่า จากกระแสความแรงของรถยนต์มาสด้า 2 ใหม่ บวกกับความนิยมของลูกค้าในจังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้บริษัทได้ตัดสินใจเพิ่มเป้าหมายการจำหน่าย จากเดิมที่คาดว่าปีนี้ มาสด้าภูเก็ตจะมียอดขาย 700 คัน ตามตัวเลขที่บริษัทแม่คาดการณ์ แต่บริษัทมั่นใจว่าจะทำได้ถึง 800 คัน

"ตอนนี้ 8 เดือน บริษัทมียอดขายไปแล้วกว่า 500 คัน ดังนั้นคาดว่ายอดขายจะถึงเป้าหมายเร็วกว่าที่ตั้งไว้คือ 800 คันอย่างแน่นอน เชื่อว่ามาสด้าภูเก็ตจะมียอดขายอยู่ในระดับที่ 1,100 คันได้ไม่ยาก จากยอดขายปี 2553 ที่ผ่านมาทำได้ 700 คัน"

ขณะที่ยอดขายรวมของตลาดรถยนต์ภูเก็ตนั้น ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามียอดขายทั้งสิ้น 6,000 คัน ซึ่งเป็นยอดขายที่ใกล้เคียงกับยอดของปี 2553 ที่ผ่านมาที่ทำได้ 8,000 คัน

สำหรับแนวโน้มของตลาดรถยนต์ในจังหวัดภูเก็ตนั้น พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มให้ความสนใจในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก โดยเฉพาะรถในกลุ่มบีคาร์ค่อนข้างมาก ดังนั้นรูปแบบการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของมาสด้าภูเก็ตนั้น จะเน้นไปที่การจัดโรดโชว์ในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่าย

ปัจจุบันสัดส่วนของลูกค้า 30% เป็น กลุ่มคนต่างชาติที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต และอีก 70% เป็นกลุ่มลูกค้าคนไทยในพื้นที่ ส่วนกลยุทธ์หลักในการเข้าถึงลูกค้านั้น มาสด้าภูเก็ตจะเน้นการจัดรถทดสอบไว้ให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า เนื่องจากบริษัทเชื่อว่าหากลูกค้ามีโอกาสได้สัมผัสกับตัวรถ มีประสบการณ์โดยตรงก็น่าจะช่วยตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น


c r e d i t :http://www.prachachat.net 

เบนซ์ใหม่ "F125" ใช้พลังงานจากฟิว เซลส์



ค่ายดาวสามแฉก เมอร์เซเดส-เบนซ์เปิดตัวรถ "F125" ที่ใช้พลังงานจากฟิวเซลส์(Fuel Cells) ในงานแฟรงเฟิร์ต อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต โชว์ ไอเอเอ ซึ่งเป็นงานแสดงรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก





Mercedes-Benz F125 Concept รถสปอร์ตคูเป้ประตูปีกนกที่ใช้ตัวเลข 125 มาจากการครบรอบ 125 ปีของบริษัทฯ




F125 Concept มีขุมพลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัวที่ให้กำลังรวม 231 แรงม้า มีแหล่งจ่ายไฟที่ใช้ในการขับเคลื่อนเป็น Fuel Cells สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาแค่ 4.9 วินาทีเท่านั้น และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 220 กิโลเมตร/ชั่วโมง







credit:http://www.prachachat.net/ 

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

MORGANรถทรงคลาสสิค


บริษัท คุณค่า คอร์ปอเรชั่น นำเข้ารถยนต์ยี่ห้อ 'มอร์แกน' รถโฉมคลาสสิค แบบฉบับสุภาพบุรุษอังกฤษ เปิดตัวให้จับจองอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมเทงบ 200 ล้านบาท สร้างโชว์รูมและศูนย์บริการบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่

นายพิสิทธ์ คุณานันทกุล ประธานบริษัท คุณค่าฯ กล่าวถึงการนำเข้ารถยนต์มอร์แกนว่า จุดเริ่มมาจากความชอบส่วนตัว และพัฒนาต่อยอดความคิดและความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ เชื่อว่ามีลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่ชื่นชอบรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ อย่างรถมอร์แกน โรงงานจะบันทึกข้อมูลตลอดทั้งกระบวนการผลิตและรวบรวมข้อมูลดังกล่าวส่งให้แก่ลูกค้า ส่วนโชว์รูมจะเนรมิตให้เป็นเหมือนกับพิพิธภัณฑ์เล่าถึงประวัติความเป็นมาของแบรนด์อายุกว่า 100 ปี

สำหรับ "มอร์แกน" ที่นำมาเปิดตัวในประเทศไทยมีตั้งแต่รุ่นเครื่องยนต์ 1600 ซีซี จนถึง 3000 ซีซี วี6 ราคา 4,200,000-6,550,000 ที่พิเศษสุดๆ คือ ลูกค้าสามารถสั่งผลิตรถมอร์แกนให้ตรงใจ โดยสามารถเลือกสี ที่มีให้เลือกถึง 40,000 เฉดสี เบาะหนังกว่า 100 สี และหน้าปัด 24 เฉดสี

***
Credit : http://www.khaosod.co.th

น้ำมันเครื่องใหมˆ'เพาวซาร์'บุกตลาดไทย


บริษัท น้ำมันปิโตรเลียมไทย จำกัด เปิดตัว'เพาวซาร์'(PULZAR) ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นตัวใหม่ล่าสุด โชว์สุดยอดนวัตกรรมใหม่ สูตร MRT เพิ่มพลังปกป้องต่อเนื่องยาวนาน ตั้งเป้ายอดขายปีแรกพันล้านบาท ทดแทนแบรนด์ดัง'เพนน์ซอยล์' (Pennzoil) ที่เลิกทำตลาดนอกอเมริกา

นายสมภพ ติงธนาธิกุล กก.ผจก.น้ำมันปิโตรเลียมไทย กล่าวว่าการเปิดตัว 'เพาวซาร์' ในครั้งนี้ เรามั่นใจว่าเรามีความพร้อมทั้งด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสหรัฐอเมริกามาช่วยพัฒนาสูตร และมีความพร้อมด้านช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนร้านค้ากว่า 1,300 รายทั่วประเทศ

"เราเคยผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นเพนน์ซอยล์ จนประสบความสำเร็จ แต่ต่อมาบริษัท Pennzoil Quake-State มุ่งเน้นการทำตลาดเฉพาะทวีปอเมริกาเหนือจึงได้ยกเลิกสิทธิ์ในประเทศต่างๆ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย จึงทำให้บริษัทคิดค้นวิจัยผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบรนด์เพาวซ่าร์ ขึ้นมาแทน"

นายวิสุทธิ์ รัตนไพฑูรย์ ผู้จัดการส่วนการตลาด กล่าวว่า จะจัดจำหน่ายในประเทศไทยก่อนใน 3 ปีแรก เพื่อสร้างฐานที่แข็งแกร่ง โดยบริษัทเตรียมงบประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จากนั้นจะรุกตลาดอาเซียนเป็นเป้าหมายต่อไป โดยจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

***
Credit : http://www.khaosod.co.th

ท้าลอง"Eagle F1" ยางสายพันธุ์หนึบ


เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง กับสื่อมวลชนภูมิภาคอาเซียน ที่สนามแข่งรถแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สำหรับการทดสอบยางรถยนต์ใหม่ของกู๊ดเยียร์ "Eagle F1" ที่มาพร้อมกัน 2 รุ่น

งานนี้มี "เฟร็ด ไฮโกลด์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกู๊ดเยียร์ เอเชีย แปซิฟิก พร้อมกับ "ริชาร์ด เจ. เฟลมมิ่ง" กรรมการผู้จัดการกู๊ดเยียร์ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำทีมมาเอง

ยางรุ่นแรกคือ "Eagle F1 Asymmetic 2" เน้นกลุ่มลูกค้ารถเก๋งขนาดกลางและเล็ก ที่ต้องการความนุ่มและเกาะถนนยิ่งขึ้น ที่มีเทคโนโลยี Active BraKing ช่วยหยุดรถได้เร็วขึ้น

ลักษณะเด่นคือระบบเบรก 3 มิติ ออกแบบให้สามารถขยายตัวเมื่อสัมผัสกับพื้นถนน ทำให้เกิดการยึดเกาะมากขึ้น ซึ่งต่อเนื่องไปถึงการเบรกที่สั้นลงนั่นเอง

ส่วน "Eagle F1 Directional 5" ยางรถยนต์กึ่งสปอร์ต เทคโนโลยีใหม่ SportGrip จับกลุ่มลูกค้าเก๋งกลาง ถึงใหญ่ ประเภทรถยุโรป รถแต่ง รถสปอร์ต คูเป้ ที่ต้องการยางรถยนต์คุณภาพสูง

ออกแบบร่องยางและดอกยางให้ช่วยกระจายแรงกด เพิ่มสัมผัสผิวถนนอย่างต่อเนื่อง เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน ทนทาน และลดการสึกหรอของดอกยาง

Eagle F1 Asymmetec 2 ผ่านการทดสอบจากสถาบันอิสระ TUV SUD ของประเทศเยอรมัน ผลที่ออกมาคือสามารถหยุดรถได้เร็วขึ้น ทั้งบนถนนแห้ง รวมถึงถนนเปียก เพิ่มความมั่นใจ พร้อมทั้งให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ดีขึ้น

ขณะที่ Eagle F1 Directional 5 ให้ความแม่นยำ และสมรรถนะการทรงตัว และยึดเกาะ เพิ่มความสนุกสนานการขับขี่ ดอกยางออก แบบมาให้มีลักษณะเคลื่อนไหว จึงเข้ากันได้ดีกับแม็กซ์ลายต่างๆ

การทดสอบแบ่งออกเป็น 2 ช่วง เช้าวิ่งในสนามมี 2 ฐาน ฐานแรกเป็นการขับขี่แบบเปลี่ยนเลนในโค้งกว้าง และฐานสลาลมผลที่ได้รับหลังทดสอบ อย่างหนึ่งที่เห็นชัดเจนคือการทรงตัวที่ดี

ช่วงสลาลมจังหวะการโยนตัวไปมาของรถไม่มีบานออกให้ได้รู้สึก ส่วนการเปลี่ยนเลนในทางโค้งมีอาการหน้าไวอยู่เล็กๆ แต่ด้วยการยึดเกาะถนนทำให้แก้อาการได้ด้วยความรวดเร็ว

ส่วนช่วงบ่ายขับขี่บนถนนจริงประมาณให้รับรู้ถึงความนุ่มเงียบที่แม้จะวิ่งอยู่บนถนนทางหลวงชนบท ย่อมมีขรุขระเป็นธรรมดา แต่แรงสัมผัสไม่ได้กระด้างขึ้นมาถึงในห้องโดยสาร รวมถึงเรื่องของเสียงที่จัดว่าเงียบในเกณฑ์น่าพอใจ

"Eagle F1" ทั้ง 2 รุ่นถือเป็นยางใหม่ที่น่าสนใจทีเดียว

***
Credit : http://www.khaosod.co.th/index.php

"วอลโว่ S60"สปอร์ตซีดานเหนือชั้น

คอลัมน์ ทดสอบ
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ 



อวดความเซ็กซี่ครั้งแรกในบ้านเราตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว "วอลโว่ เอส60" ที่กิ๊บเก๋อยู่บนแฟชั่นรันเวย์ ในโชว์พิเศษร่วมกับนางแบบและนายแบบ ในงานแฟชั่นอันดับหนึ่งของประเทศ "ELLE Fashion Week 2010 Autumn/Winter at CentralWorld"

หลังแรกเห็น "ข่าวสด ยานยนต์" จึงติดต่อเข้าไปยังทีมงานประชาสัมพันธ์เพื่อนำมาทดสอบ แต่ด้วยความร้อนแรงเกินห้ามใจทำให้ต้องรอคิวกันยาวเหยียด

กระทั่งล่าสุด "คุณต่าย" ณัฎฐา จิตราคม พีอาร์สาวแห่ง "วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย" กริ๊งกร๊างเข้ามาแจ้งว่า มีรถรุ่นนี้ว่างให้ทดสอบแล้ว เชิญมารับไปได้เลย

นัดแนะกันวันศุกร์ช่วงบ่ายแก่ๆ ที่สำนักงานใหญ่ย่านคลอง ตัน พบพักตร์กันเต็มๆ เห็นได้ถึงความปราดเปรียว มองว่าน่าจะเป็นรถที่ขับสนุก อีกคันหนึ่งของตระกูลวอลโว่

รับกุญแจสตาร์ตเครื่องออกมาหน้าสำนักงานก็ติดแหง็กด้วยปริมาณรถยนต์ใหญ่น้อยหนาแน่นเต็มพื้นที่

แต่ด้วยความรื่นรมย์ของการดีไซน์ห้องโดยสาร ให้ความรู้สึกถึงความโอ่โถง โล่งสบาย เบาะนั่งหนังแท้โอบกระชับ อุปกรณ์ต่างๆ จัดวางได้อย่างลงตัว

ประกอบกับความคล่องตัวที่แม้จะจับพวงมาลัยไม่กี่นาที แต่ก็สร้างความคุ้นเคยได้ไม่ยาก หลบหลีกเพื่อนร่วมทางอย่างสบายใจถึงที่หมายอย่างปลอดภัย และไม่เครียด

วันรุ่งขึ้นออกเดินทางแต่เช้ามุ่งหน้าไป จ.ปราจีนบุรี เลือกใช้เส้นทางรังสิต-นครนายก ขึ้นโทลล์เวย์เพื่อย่นเวลา พร้อมทั้งมีพื้นที่ให้ทดสอบความเร็ว ถนนโล่งสุดๆ จึงเพิ่มน้ำหนักที่แป้นคันเร่งขึ้นเรื่อยๆ ความเร็วที่เรียกมาจากเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ได้ตามแรงกด

วันนั้นทำไปได้ 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เชื่อได้เลยว่ายังไปได้อีก เพราะแป้นคันเร่งยังไม่สุด แต่แค่นี้ก็จี๊ดแล้วสำหรับรถขนาดเล็กเท่านี้
ระบบช่วงล่างในย่านความเร็วสูงไม่มีอาการสะท้านให้รู้สึก นิ่งสนิทราวกับความ เร็วต่ำ การเปลี่ยนเลนทำได้กระชับฉับไวเช่นเดียวกับการเข้าโค้ง ด้วยเพราะพวงมาลัยที่แม่นยำ ช่วยให้การควบคุมรถมั่นใจมากขึ้น และยังมีระบบความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของวอลโว่มาโดยตลอดใส่เข้ามาแบบจัดเต็ม

ตั้งแต่ระบบควบคุมการทรงตัว และยึดเกาะถนนแบบไดนามิก Dynamic Stability and Traction Control ควบคุมการทรงตัว ป้องกันอาการท้ายปัด หมุน หรือพลิกคว่ำ

ทั้งมีอุปกรณ์ตรวจสอบการโคลงตัวและอัตราเร่งเพื่อตรวจจับการลื่นไถลตั้งแต่ออกตัว และชดเชยในอัตราที่ถูกต้องเพื่อรักษาเสถียรภาพของตัวรถ

เข้าเส้นรังสิต-นครนายก ผ่านไปถึงคลองลึกๆ ถนนเริ่มต่างจากช่วงแรก มีหลุมบ่อดักซ้าย ขวา เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง เป็นระยะๆ แถมยังมีเม็ดฝนโปรยปรายลงมา ทำให้ต้องใช้สมาธิเพิ่มมากขึ้น หลบหลีกต่อเนื่องเป็นหลายสิบกิโลเมตรบางคราที่โยกหลบหลุมบ่อ มีเพื่อนร่วมทางที่อยู่ด้านข้างตัวรถแบบไม่ทันได้สังเกต

แต่วอลโว่ เอส 60 ติดตั้งกล้องดิจิตอลที่ใต้กระจกมองข้าง เมื่อมีรถเข้ามาในโซนจุดบอด ระบบจะทำงานเตือนผ่านสัญญาณไฟสว่างขึ้น ที่ประตูข้างทั้งซ้ายและขวา ปลอดภัยขึ้นอีกเยอะ

ความบันเทิงในห้องโดยสารมีมาให้เต็มพิกัดหน้าจอขนาด 7 นิ้ว ทำงานร่วมกับลำโพง 8 ตัว ให้เสียงกระหึ่มสะใจ เพื่อใช้ชมดีวีดี

หรือจะเชื่อมต่อจากอุปกรณ์มือถือต่างๆ อาทิ ไอพอด แฟลชไดรฟ์ ผ่านยูเอสบีพอร์ต สะดวกสบายไม่ต้องยกหูโทรศัพท์ด้วยระบบบลูทูธ กล้องหลังทำงานมาที่จอ ภาพเมื่อถอยจอด เพิ่มความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้น

ทั้งหมดทั้งมวลล้วนมีส่วนช่วยให้การขับขี่สนุกมากขึ้น ลดความเครียดและเหนื่อยล้าเมื่อต้องเดินทางไกลๆ

ส่วนระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ความเร็วต่ำ City Safety ที่วอลโว่ภูมิใจนำเสนอ เพราะรถจะหยุดอัตโนมัติ เมื่อตรวจจับได้ว่าความเร็วในการพุ่งเข้าหาวัตถุข้างหน้ามากเกินไป ที่ความเร็วต่ำกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ข่าวสด ยานยนต์ ไม่ได้ทดลองด้วยใจไม่ถึงพอที่จะให้รถหยุดเอง แต่ได้เคยเห็นทีมงานสาธิตให้ชมเมื่อวันเปิดตัวไปแล้วซึ่งทำงานได้จริง ปลอดภัยทั้งตัวรถ และสิ่งที่อยู่หน้ารถ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ

ถึงจุดหมายปลายทางฝนขาดเม็ดไปได้พักใหญ่ ถือโอกาสพิจารณารูปลักษณ์ วอลโว่ เอส60 ใหม่ให้เต็มตา ดีไซน์ภายนอกให้ความรู้สึกสปอร์ต โฉบเฉี่ยว โดยเฉพาะเส้นสายด้านข้างที่มาในอารมณ์รถคูเป้แต่อยู่บนร่างของรถซีดาน

กระจังหน้าใหม่พร้อมโลโก้ขนาดใหญ่ ไฟข้างกระจังหน้าที่อยู่นอกกรอบไฟใหญˆ เพิ่มความโดดเด่นได้อย่างมาก ไฟท้ายคล้ายตัวแอลคว่ำสะดุดตาชวนมองยามขับตามหลัง

เป็นรถที่ทั้งสวยและขับสนุกจนห้ามพลาดที่จะไปขอทดลองขับกันดู



ข้อมูลทางเทคนิค

แบบตัวถัง เก๋ง 4 ประตู

เครื่องยนต์ DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว เทอร์โบ

ความจุ 1999 ซีซี

กำลังสูงสุด 203 แรงม้า/6,000 รอบฯ

แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร/1,750-4,000 รอบฯ

ระบบส่งกำลัง เพาเวอร์ชิฟต์ 6 สปีดเกียร์ทรอนิก

ระบบรองรับ(หน้า) แม็กเฟอร์สันสตรัต

ระบบรองรับ(หลัง) มัลติลิงก์

มิติ(กว้างxยาวxสูง) 1,865x4,628x1,484 ม.ม.
ราคา 2,990,000 บาท
**
Credit : http://www.khaosod.co.th/

มอร์แกน รถคลาสสิกแฮนด์เมด นำเข้าจากอังกฤษ

บริษัท คุณค่า คอร์ปอเรชั่น เล็งเห็นคุณค่าของรถคลาสสิกสไตล์วินเทจที่ไม่เคยเอาต์จากตลาด ได้นำรถมอร์แกนซึ่งเป็นรถคลาสสิกจากประเทศอังกฤษเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย รถมอร์แกนมีความพิเศษตรงที่ลูกค้าสามารถสั่งทำสี หน้าปัด ภายในตัวรถได้หลายรูปแบบตามแต่ความชอบ

ที่เปิดตัวล่าสุด คือ มอร์แกน โรดสเตอร์ สปอร์ต ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นรถคลาสสิก หรือที่เข้าใจแบบบ้าน ๆ คือ รถโบราณ หลังคาผ้าโมแฮร์ ปิด-เปิดได้ ล้อแม็ก ชนิดซี่ลวดสแตนเลสสีดำ ล้อหน้ากว้างช่วยให้การบังคับรถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ฝากระโปรงหน้าพร้อมครีบระบายอากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมอร์แกน ฝากระโปรงหลังดูเรียบสปอร์ต ไฟเบรกขนาดใหญ่

ภายในมีผ้าคลุมห้องโดยสารแบบพิเศษ เบาะหนังแท้ พวงมาลัยไม้แบบสปอร์ต มีปุ่มสตาร์ต ทันสมัย อุปกรณ์มาตรฐานที่มากับรถจะประกอบด้วยเบาะหนังแท้สีดำหรือสีแทน แผงหน้าปัดทำสี แผงหน้าต่างด้านข้างแบบถอดเก็บได้ กล่องเก็บของ ที่พักแขน ปลายท่อไอเสียแบบสปอร์ต ที่ใช้ระบบตัวยึดแบบหมุด 9 จุด

รถคลาสสิก โรดสเตอร์มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 3,000 ซีซี วี 6 ให้กำลังสูงสุดที่ 226 แรงม้า ให้แรงบิดที่ 285 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง มีให้เลือก 8 สี ราคา 6.55 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีรุ่นอื่น ๆ ทั้งมอร์แกน 4/4, มอร์แกน 4/4 สปอร์ต เครื่องยนต์ขนาด 1,600 ซีซี, มอร์แกน พลัส 4 และมอร์แกน พลัส 4 สปอร์ต ขนาดเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี และมอร์แกน โรดสเตอร์ เครื่องยนต์ 3,000 ซีซี ราคาระหว่าง 4.2-6.3 ล้านบาท ทุกรุ่นต้องจองและใช้เวลารอ 3-6 เดือนจึงจะได้เป็นเจ้าของ.

เนตรนภางค์ บุญนายืน http://www.dailynews.co.th/
โทรราคาถูกไปประเทศไทย
1.5 ¢/นาที คิดค่าโทรตามจริง คุณภาพที่ดีที่สุด สั่งซื้อตอนนี้!
www.callmuangthai.com