วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

ปูโชว์ภาพใส่"ฮันบก"-ดึงเอกชนเกาหลีลงทุนไทย


เมื่อวันที่ 26 มี.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันกับภาคธุรกิจเอกชนไทย-เกาหลีใต้ ที่โรงแรมล้อตเต้ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีภาคเอกชนเกาหลี ประกอบไปด้วยบริษัทเอกชนชั้นนำและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาทิ บริษัท ซัมซุง แอลจี ฮุนได เค-วอเตอร์ เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนท์เมนต์
ทั้งนี้ ก่อนที่นายกฯจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ นายนิชคุณ หรเวชกุล ศิลปินนักร้องชาวไทยที่เกาหลีได้เดินทางมามอบช่อดอกไม้เพื่อต้อนรับนายกฯ รวมทั้งเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อรับฟังนายกรัฐมนตรีกล่าว สุนทรพจน์ด้วย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวสุนทรพจน์โดยกล่าวเชิญชวนนักลงทุนเกาหลีให้เข้ามาลงทุนในไทย ในอุตสากรรมที่เพิ่มมูลค่าเช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า รถยนต์ เครื่องจักรและเครื่องมือ พลังงานทางเลือก และการแปรรูปเกษตร รวมทั้งการบริการที่เพิ่มมูลค่า เช่น การวิจัยและพัฒนา การตั้งสำนักงานระดับภูมิภาค อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เช่น บันเทิงและซอฟท์แวร์
นอกจากนี้ยังระบุว่าแม้ไทยจะประสบวิกฤติอุทกภัย แต่พื้นฐานทางเศรษฐกิจยังคงเข้มแข็ง การเติบโตที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจาก การส่งออกที่เข้มแข็ง การใช้จ่ายโครงการบริหารจัดการน้ำ และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ดังนั้น จึงคาดว่าในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตร้อยละ 5.5 – 6.5 และสถานะทางการเงินการคลังที่เข้มแข็ง เหล่านี้เป็นปัจจัยทำให้รัฐบาลสมารถขับเคลื่อนการขยายการลงทุนต่อไปได้
ทั้งนี้ภายหลังการกล่าวสุนทรพจน์ นายกรัฐมนตรีได้เปิดโอกาสให้บริษัทเกาหลีต่างๆที่สนใจลงทุนในประเทศไทย เข้าพบหารือเป็นรายบริษัท อาทิ บริษัทแอลจี อิเลคทรอนิคส์ บริษัท ซัมซุง กรุ๊ป บริษัทเหล็ก ยูเนี่ยน สตีล
ขณะที่ในเฟซบุ๊กของน.ส.ยิ่งลักษณ์ (Yingluck Shinawatra) ได้โพสต์ภาพถ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่แต่งกายด้วยชุดประจำชาติเกาหลี หรือ ฮันบก โดยระบุว่า แต่งกายชุดประจำช?ติเกาหลีเพื่อเป็นเกียรติแด่เจ้าภาพ ซึ่งภาพดังกล่าวได้ถูกส่งต่อกันในเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง



 Credit  http://www.posttoday.com/

วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2555

สังขยาฟักทอง

เมนูนี้ดัดแปลงจากพุดดิ้งช็อกโกแลตรสหวานมันจากนมและครีม เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มสไตล์ยุโรป รับประทานกับซอสและผลไม้สดนานาชนิด ดูไปก็มีส่วนคล้ายกับสังขยาฟักทองของบ้านเรา ว่าแล้วก็ไม่รอช้า นำของหวานทั้งสองเมนูนี้มาประยุกต์รวมกัน ด้วยการใส่ช็อกโกแลตรสเข้มข้นลงไปผสมกับสังขยาแบบไทยที่เพิ่มความมันให้ขนม ด้วยนมและครีม นำไปนึ่งในฟักทองเนื้อหนาสีเหลืองสดทำให้สีตัดกันและรสชาติกลมกล่อมลงตัว เสิร์ฟพร้อมกับซอสวานิลลากลิ่นหอมรสหวานเข้ากันได้ดี

เตรียม 30 นาที ปรุง 60 นาที (สำหรับ 8 ที่)
ส่วนผสมสังขยา
  • นมสด ½ ถ้วย
  • กะทิ ¼ ถ้วย
  • วิปปิ้งครีม ¼  ถ้วย
  • ไข่ไก่ 4  ฟอง
  • น้ำตาลมะพร้าวอย่างดี 200 กรัม
  • ดาร์กช็อกโกแลตละลาย ½ ถ้วย
  • ฟักทองคว้านเมล็ดออก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 7 นิ้ว 1 ลูก
  • น้ำตาลไอซิ่งและดาร์กช็อกโกแลตสำหรับตกแต่ง
วิธีทำ
  1. ผสมนม กะทิ วิปปิ้งครีม ไข่ไก่  และน้ำตาลมะพร้าวให้เข้ากัน ค่อยๆใส่ดาร์กช็อกโกแลตลงไปคนผสม กรองด้วยผ้าขาวบาง เทใส่ในฟักทองที่เตรียมไว้
  2. ตั้งไฟต้มน้ำในลังถึงให้เดือด นำฟักทองในข้อ 1 ใส่ลงในภาชนะที่มีขนาดพอดีกับลูกฟักทอง นึ่งด้วยไฟอ่อนประมาณ 50 – 60 นาที จนสุก
  3. ปิดไฟ ยกฟักทองออกจากลังถึง พักให้เย็น ตัดเป็นชิ้นรับประทานกับซอสวานิลลา
ส่วนผสมซอสวานิลลา
  • นมสด 1 ถ้วย
  • วิปปิ้งครีม ½ ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่แดง  2 ฟอง
  • วานิลลาชนิดน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เนยเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันยกเว้นเนย นำไปตุ๋นในน้ำเดือดจนส่วนผสมข้น ใส่เนยคนให้ละลาย ปิดไฟยกลง
วิธีจัดเสิร์ฟ
  • ตักซอสวานิลลาใส่จาน วางสังขยาที่ตัดเป็นชิ้นแล้ว โรยด้วยไอซิ่ง และตกแต่งด้วยดาร์กช็อกโกแลต
Tip
  • กรองส่วนผสมเนื้อสังขยาก่อนนำไปนึ่งช่วยให้เนื้อขนมเนียนขึ้น
  • ใส่ฟักทองลงในภาชนะที่พอดี จะช่วยให้ฟักทองไม่แตกเวลานึ่ง
  • การนึ่งสังขยาด้วยไฟอ่อนจะช่วยให้เนื้อสังขยาเนียนไม่มีฟองอากาศ 
Cuisine นิตยสาร Health & Cuisine ปีที่ : 10 ฉบับที่ : 117 เดือน : ตุลาคม 2553

ขนมครกสูตรโบราณแถวตลาดพรานนก

ขนมครก สูตรโบราณแถวตลาดพรานนกที่เรานาฝากนี้ แป้งด้านนอกกรอบ เนื้อด้านในนุ่ม รสหวาน เค็มมัน กำลังดี มี 4 รสชาติให้เลือก คือ ข้าวโพด ต้นหอม มะพร้าวอ่อนใบเตย และเผือกอัญชัน ซึ่งการันตีให้คุณตั๊ก – นภัสรัญชน์ มิตรเอม พาแฟนสาวสุดสวย (คุณป๊อก-ปิยธิดา วรมุสิก) ไปลองชิมหรือจะลงมือทำตามสูตร รับรองว่าอร่อยไม่แพ้เจ้าไหนๆ เลยทีเดียว

ส่วนผสม (สำหรับ 50 คู่)
เตรียม 30 นาที ปรุง 30 นาที

  • แป้งข้าวจ้าว 1 กิโลกรัม
  • น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
  • มะพร้าวขูด 3 กิโลกรัม
  • ข้าวสุกบดละเอียด 2 ถ้วย
  • แป้งหมี่ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า (1) 1 ½ ถ้วย
  • น้ำเปล่า (2) 6 ถ้วย
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ เล็กน้อย
  • น้ำอัญชันเข้มข้นเล็กน้อย
  • น้ำใบเตยเข้มข้นเล็กน้อย
  • ข้าวโพด ต้นหอม มะพร้าวอ่อน และเผือก สำหรับโรยหน้า
  • น้ำมันและผ้าสำหรับเช็ดเบ้าขนมครก
วิธีทำ
  1. คั้น มะพร้าวขูดกับน้ำเปล่า (1) แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง พักไว้เป็นหัวกะทิ แล้วเติมน้ำเปล่า (2) ลงไปในมะพร้าวขูด คั้นอีกครั้งให้ได้หางกะทิ กรองด้วยผ้าขาวบาง พักไว้
  2. ทำหน้าขนมโดยผสมหัวกะทิในข้อ1 น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และเกลือให้เข้ากัน ชิมดูให้ได้รสหวานนำเค็มตาม พักไว้ 
  3. ทำ ตัวแป้งโดยผสมหางกะทิในข้อ1 กับแป้งข้าวจ้าว แป้งหมี่ ข้าวสุก และเกลือให้เข้ากัน แล้วแบ่งส่วนผสมตัวแป้งออกเป็นสี่ส่วนเท่า ๆ กัน ส่วนแรกผสมน้ำอัญชันลงไป ส่วนที่สองผสมน้ำใบเตย และส่วนที่เหลือคงไว้เช่นเดิม 
  4. ก่อนหยอดแป้งเช็ดเบ้าด้วยน้ำมัน พอร้อน หยอดส่วนผสมตัวแป้งสีต่าง ๆ ลงในเบ้าที่ตั้งไฟร้อน ประมาณ 2 ใน 3 แล้วหยอดส่วนผสมหน้าขนมในข้อ 1 ราดทับลงไป โรยหน้าด้วยข้าวโพด ต้นหอม มะพร้าวอ่อน และเผือกลงไป ปิดฝารอจนขนมสุก แคะออกจากเบ้า พร้อมเสิร์ฟ
Cuisine นิตยสาร Health & Cuisine ปีที่ : 11 ฉบับที่ : 133 เดือน : กุมภาพันธ์ 2555

“รำ แซบ หร่อย” อร่อยกลางกรุง

รวมสุดยอดร้านอร่อย 3 ภาคไว้สำหรับคุณผู้อ่านที่หลงใหลอาหารท้องถิ่นแต่ไม่มีเวลาเดินทางไกลไปชิม กันถึงแหล่ง และเพื่อเอาใจคนไกลบ้านพลัดถิ่นที่มาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกรุง รับรองว่าแซบ หร่อย และรำแต้ๆ เหมือนนั่งกินอยู่ที่บ้านเฮาเลย
เฮือนลำพูน
   อาหารเหนือของที่นี่เน้นรสชาติต้นตำรับ เครื่องปรุงส่วนใหญ่สั่งตรงมาจากภาคเหนือ รวมถึงข้าวเหนียวที่เจ้าของร้านยืนยันว่ามีความนิ่มและอร่อยลิ้นต่างจากภาค อื่น ผักบางอย่างก็ปลอดสารพิษเพราะปลูกเอง อาหารแนะนำคือเมนูหากินยากอย่างข้าวกั๊นจิ้น
อาหารแนะนำ : ไก่ทอด ขนมจีนน้ำเงี้ยว ลาบคั่ว น้ำพริกหนุ่ม แกงผักหวานไข่มดแดง
ราคาอาหาร : เริ่มต้นที่ 35-180 บาท (จำพวกปลาทอด)
ที่อยู่ : จากถนนบรมราชชนนี เลี้ยวซ้ายเข้าซอยทุ่งมังกร ตรงไปจนเกือบถึงทางรถไฟ เลี้ยวซ้ายตรงทางแยก ปากทางมีป้าย "ถนนสวนผัก" เข้าไปประมาณ 30 เมตร ร้านอยู่ขวามือ
โทร. : 0-2448-4847 08-1827-2525
สะล้อ ซอ ซึง
   ร้านนี้นอกจากอาหารอร่อยแล้ว ยังตกแต่งอย่างสวยงาม หรูหราราวกับโรงแรมชั้นหนึ่ง ที่ร้านขายทั้งอาหารเหนือและภาคกลาง แต่เพื่อความอร่อยตามแบบฉบับจังหวัดพะเยาอันเป็นบ้านเกิดของเจ้าของร้าน ครัวอาหารเหนือและกลาง รวมทั้งแม่ครัวจึงแยกจากกันอย่างชัดเจน กระซิบนิดหนึ่งว่า…เห็นบรรยากาศดีอย่างนี้ ราคาไม่แพงอย่างที่คิด
อาหารแนะนำ : ตำขนุน ลาบคั่ว แกงผักหวาน น้ำพริกหนุ่ม แหนมซี่โครงหมู แกงฮังเล
ราคาอาหาร : เริ่มต้นที่ 90-280 บาท
ที่อยู่ : บนถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา จากห้างโลตัสให้กลับรถยูเทิร์นที่ 2 ผ่านปั๊มปตท. เข้าซอยโยธินพัฒนาตรงไป 2 กิโลเมตร ซอยเข้าร้านอยู่ขวามือ ปากซอยมีปั๊มบางจาก
โทร.: 0-2515-1073 0-2515-1148 08-6973-5649
กาดหลวง
   อาหารที่ร้านมีรสชาติแบบดั้งเดิมที่ทำกินกันเองในบ้าน มื้อกลางวันเป็นอาหารง่ายๆ อย่างขนมจีนน้ำเงี้ยวและข้าวซอย ส่วนมื้อเย็นบริการอาหารเต็มสูตร ในย่านคลองสามวา-มีนบุรี กาดหลวงถือเป็นร้าน “ฮิป” ที่สุดเลยก็ว่าได้
อาหารแนะนำ : แกงแค แกงโฮะ ยำไก่หัวปลี แกงหน่อไม้เห็ดถอบ แหนมผัดไข่
ราคาอาหาร : เริ่มต้นที่ 60-100 บาท (มื้อกลางวันข้าวซอย 40 บาท ขนมจีนน้ำเงี้ยว 30 บาท)
ที่อยู่ : ถึงรามอินทรากิโลเมตรที่ 8 เลี้ยวเข้าซอยคู้บอน ผ่านวัดคู้บอนให้ลอดใต้ทางยกระดับ เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 500 เมตรจึงเลี้ยวขวา (อย่าวิ่งตรงเลียบทางยกระดับ) ร้านอยู่ขวามือ
โทร. : 0-2510-7579 08-3243-9915
ณ ร้อยเอ็ด
   บรรยากาศร้านที่เป็นบ้านไม้โบราณอายุกว่า 70 ปีก็ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับประทานได้เป็นอย่างดี ไฮไลท์อีกอย่างก็คือมีผักสมุนไพรหากินยากให้ลูกค้าเลือกหยิบได้ไม่อั้น ประหนึ่ง “สลัด บาร์” เลยทีเดียว
อาหารแนะนำ : หมูตกครก แกงอ่อมไก่ ส้มตำ (ตำหอยดอง) น้ำตกหมู คอหมูย่าง
ราคา : เริ่มต้นที่30-80 บาท
ที่อยู่ : ถนนสุโขทัยซอย 5 มาจากถนนสวรรคโลก ซอยอยู่ซ้ายมือ เข้าซอยไปประมาณ 10 เมตร ร้านอยู่ขวามือ
โทร. : 08-0920-9000 08-5898-8790

















คุณอี๊ด
   คุณอี๊ด- ยุวภา บุรณศรี คุณยายวัย 70 ปีเปิดร้านอาหารเหนืออยู่ในซอยท่านผู้หญิงพหลแห่งนี้มา 42 ปีแล้ว คุณยายอี๊ดคิดสูตรอาหารเอง และใส่ใจแม้ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ผักดองก็ดองเอง แถมยังเคยบินไปศึกษาเรื่องผักดองถึงประเทศเกาหลี รวมทั้งมณฑลยูนนาน อันเป็นต้นตำรับของข้าวซอยด้วย
อาหารแนะนำ : ข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี้ยว ตำขนุน แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง
ราคา : ตั้งแต่ 30-170 บาท (จำพวกปลาทอด)
ที่อยู่ :เข้าซอยท่านผู้หญิงพหลไปประมาณ 1 กิโลเมตร ร้านอยู่ซ้ายมือชั้นล่างของเพชรพหลอพาร์ทเม้นท์
โทร. : 08-1802-3342 0-2941-1128
เรือนแม่หลุย
   ทางร้านมีเมนูห้ามพลาดอย่าง แกงเห็ดแครง แกงกะทิสีเหลืองด้วยขมิ้น ใส่กุ้งและสะตอ เห็ดแครงหากินยากเพราะจะขึ้นตรงโคนต้นยางที่ตายแล้วในฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมเท่านั้น ทางร้านจึงต้องกว้านซื้อจากจังหวัดกระบี่มาตากแห้งเก็บไว้ เพื่อปรุงให้ลูกค้าได้กินกันตลอดทั้งปี
อาหารแนะนำ : แกงเห็ดแครง หมูคลุกโคลน แกงเหลือง หมูเต้าหู้ยี้ ยำน้ำบูดูปลาอินทรีย์ทรงเครื่อง
ราคา : 80-350 บาท
ที่อยู่ : ชั้นใต้ดินฟอร์จูนทาวเวอร์ หากไปรถไฟใต้ดินขึ้นสถานีพระราม 9 อีก 2 สาขา อยู่ที่ห้างคาร์ฟูร์ รัชดา และห้างเซ็นทรัล รามอินทรา
โทร. : 0-2642-0343 08-1933-4431
โคขุน ปลาเขื่อน โพนยางคำ
   เนื้อที่นี่เป็นเนื้อโคขุน โพนยางคำ ส่วนปลาเขื่อนเนื้อแน่นและหวานมาจากแพปลาเขื่อนศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เมนูเด็ดคือปลาช่อนรองกระบอก-ปลาช่อนย่างตัวเขื่อง เสิร์ฟในกระบอกไม้ไผ่ ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกระบอกไม้ไผ่ชวนกิน
อาหารแนะนำ : ปลาช่อนรองกระบอก ลาบเห็ดหอม ก้อยหมูคั่ว เสื้อร้องไห้ ส้มตำ
ราคา : เริ่มต้นที่ 35-200 บาท
ที่อยู่ : จากถนนแจ้งวัฒนะข้ามสะพานพระราม 4 เข้าถนนชัยพฤกษ์ ข้ามสะพานข้ามคลองเล็กๆ ไปเล็กน้อย ร้านอยู่ทางขวามือ
โทร. : 08-0257-5528
ครัวเมืองตรัง
   ด้วยแนวคิดว่า “อาหารต้องถูกสุขอนามัยและให้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน” เจ้าของร้านใส่ใจในทุกขั้นตอน นับตั้งแต่วัตถุดิบที่สั่งตรงมาจากภาคใต้ พิถีพิถันอย่างนี้จึงมีลูกค้าแวะเวียนมาชิมอยู่ตลอด
อาหารแนะนำ : แกงเหลืองปลากระพง ปลาทรายทอดขมิ้น ทอดมันกุ้งฝอยใบเล็บครุฑ
ราคา : เริ่มต้นที่ 50-120 บาท
ที่อยู่ : จากถนนวิภาวดีเลี้ยวเข้าหมู่บ้านเมืองเอก-มหาวิทยาลัยรังสิต ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยรัง ตรงเลยวงเวียนไปจะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ
โทร. : 0-2997-9145 08-1515-0605
จัน-ทะ-นี
   ร้านนี้มีอาหารใต้เป็นเมนูชูโรง อย่างแกงไตปลาและน้ำพริกกุ้งเสียบสูตรเฉพาะที่ได้รับความนิยมจนต้องใส่ กระปุกขาย นอกจากนี้ยังมีเมนูพิเศษที่ประยุกต์วัตถุดิบให้น่าสนใจและได้รสชาติที่แตก ต่างเช่น ไข่ปลาช่อนแม่ลา แกงเหลืองปลาแซลมอล คั่วกลิ้งเนื้อนกกระจอกเทศ
อาหารแนะนำ : คั่วกลิ้งหมู น้ำพริกกุ้งเสียบ แกงไตปลา แกงเหลืองยอดมะพร้าว เส้นหมี่แกงปู
ราคา : เริ่มต้นที่ 40-180 บาท
ที่อยู่ : สาขาแรกอยู่ที่ถนนประชานิเวศน์ 1 สาขา 2 อยู่บนถนนประชาชื่นผ่านมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ไป 2 ป้ายรถเมล์ ร้านอยู่ในอาคารวิลล่า มาร์เก็ต หน้าหมู่บ้านแกรนด์ คาแนล
โทร. : 0-2574-4432
บ้านไอซ์
   อาหารที่ภูมิใจนำเสนอคือแกงคั่วปูไข่ใบชะพลู เครื่องแกงของเมนูนี้มีความเข้มข้นมากเป็นพิเศษ เพราะเวลาแกงน้ำปูก็จะออกมาคลายความเข้มข้นของเครื่องแกงให้ได้รสชาติกำลัง ดี ใครที่เชื่อว่าอาหารใต้ต้นตำรับต้องมาจากนครศรีธรรมราช ลองมาชิมอาหารที่ร้านนี้รับรองไม่ผิดหวัง
อาหารแนะนำ : คั่วกลิ้งเนื้อโคขุน แกงไตปลา ปูผัดต้นหอม สะตอกะปิกุ้ง ปลาแดงชุบขมิ้น
ราคา : เริ่มต้นที่ 80-120 บาท
ที่อยู่ : จากถนนวิภาวดี-รังสิต เลี้ยวเข้าถนนประชานิเวศน์ ร้านอยู่ขวามือ ใกล้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยาเยื้องตลาดบองมาเชต์
โทร. : 0-2589-4875 0-2580-5117

Cuisine นิตยสาร Health & Cuisine ปีที่ : 9 ฉบับที่ : 102 เดือน : กรกฎาคม 2552

ข้าวหน้าปลาดุกย่าง

ปลาน้ำ จืดไทยอย่างปลาดุก มีเนื้อสัมผัสและกลิ่นคล้ายคลึงกับปลาไหลญี่ปุ่นไม่น้อย เมื่อนำมาแล่เป็นชิ้นตามยาว แล้วนำไปย่างพอหนังตึง ก่อนนำไปนึ่งไล่ไขมันในหนังออก แล้วหมักกับซอสคาบายากิ (เป็นซอสที่ใช้หมักปลาไหลย่าง) ซึ่งทำไม่ยาก ก่อนวางลงย่างบนเตาถ่านด้วยไฟอ่อน จนหนังปลากรอบ และซอสซึมเข้าเนื้อปลา เสิร์ฟกับข้าวกล้องหอมมะลิไทยร้อน ๆ และไข่เจียวหั่นฝอย ก็อร่อยไม่แพ้ข้าวหน้าปลาไหลแบบต้นตำรับ

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
เตรียม (30 นาที) ไม่รวมเวลาหุงข้าว (ปรุง 30 นาที)

  • เนื้อปลาดุกแล่ชิ้นตามยาว 4 ตัว (กระดูกและหัวปลาให้เก็บไว้ทำซอส 2 ตัว)
  • ไข่เจียวหั่นฝอยตามชอบ
  • ต้นหอมซอยตามชอบ
  • ซอสคาบายากิสำหรับราดข้าวเล็กน้อย
  • ซอสคาบายากิสำหรับย่างปลา
  • ข้าวสวยตามชอบ
  • ไม้เสียบลูกชิ้นสำหรับย่างปลา 12 แท่ง
ส่วนผสมซอสคาบายากิ
  • หัวปลาและกระดูกปลาดุกย่างไฟจนหอมและแห้งดี 2 ตัว
  • โชยุ 1 ¼ ถ้วย
  • มิริน 1 1/8 ถ้วย
  • สาเก ½ ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1 ¾ ถ้วย
ส่วนผสมน้ำซุปดาชิ
  • น้ำเปล่า 1 ลิตร
  • สาหร่ายคอมบุแห้ง 20 กรัม
  • น้ำเย็นจัด 50 มิลลิลิตร
  • ปลาแห้งคัตสึโอะ 50 กรัม
  • โชยุเล็กน้อย
  • เครื่องสำหรับใส่ในน้ำซุปตามชอบ อาทิ เต้าหู้ญี่ปุ่น (คินุ) สาหร่ายคอมบุที่ต้มจนนิ่มแล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม หอมซอย
วิธีทำ
  1. ทำ น้ำซุปดาชิ โดยแช่สาหร่ายคอมบุในน้ำนาน 2 ชั่วโมงจนนิ่ม แล้วนำทั้งน้ำและสาหร่ายไปต้มในกระทะแค่พอเดือดตักสาหร่ายออก แล้วตั้งไฟต่ออีกประมาณ 1-2 นาที ปิดไฟ รินน้ำเย็นจัดลงไป ใส่ปลาแห้งคัตสึโอะลงไปแช่ทิ้งไว้ 15 นาที กรองเอาแต่น้ำ (ส่วนผสมที่ได้ในขั้นตอนนี้สามารถนำไปใช้ทำน้ำจิ้มปอนสึได้) แล้วเทใส่หม้อต้มให้เดือด ปิดไฟพักไว้
  2. ใช้ไม้เสียบลูกชิ้น กลัดชิ้นปลาตามขวาง (1 ชิ้น ใช้ 3 ไม้ โดยเริ่มกลับจากเนื้อปลาช่วงหัว กลางชิ้น และหาง) เพื่อป้องกันชิ้นปลางอขณะย่าง
  3. ก่อไฟเมื่อลุกดี แล้ว ใช้ขี้เถ้ากลบ นำตะแกรงย่างเช็ดด้วยน้ำมันแล้ววางบนเตา รอให้เหล็กร้อนจัด จึงวางชิ้นปลาลงย่าง โดยวางด้านหนังปลาลง ย่างแค่พอชิ้นปลาคงรูป และเนื้อปลาตึง ยกขึ้นจากเตา แล้ววางใส่ลงในถาดทนร้อน โดยยังไม่ต้องถอดไม้ นำไปนึ่ง เพื่อไล่ไขมันใต้หนังปลาออกส่วนหนึ่ง ประมาณ 3 -5 นาที พักไว้
  4. ทำ ซอสคาบายากิ โดยผสมมิริน สาเก ลงในกระทะ ตั้งไฟแรง ๆ คนให้เข้ากัน ไฟจะลุกขึ้นในกระทะ รอให้ไฟดับแล้วปิดไฟ ในหม้ออีกใบหนึ่ง ใส่หัวและก้างปลาย่าง โชยุ น้ำตาล แล้วยกขึ้นตั้งไฟ พอเดือด ใส่ส่วนผสมในกระทะลงไป ตั้งไฟอ่อน เคี่ยวประมาณ 15-20 นาที หมั่นช้อนฟองทิ้ง เมื่อครบเวลาแล้วปิดไฟ นำไปกรองเอาแต่น้ำซอส
  5. เท ซอสที่ได้ใส่ภาชนะก้นลึกไว้ นำปลาดุกที่นึ่งไว้จุ่ม แล้วนำขึ้นย่างบนเตาถ่านอีกครั้ง ระหว่างย่างให้ใช้พู่กันจุ่มซอสทาบนชิ้นปลาไปเรื่อย ๆ จนหนังปลาดุกกรอบ และเนื้อปลาดุกแห้งดี นำขึ้นจากเตา ถอดไม้ออก
  6. ตักข้าวสวยใส่ใน ภาชนะที่ต้องการเสิร์ฟ วางชิ้นปลาลงบนข้าว ตักซอสคาบายากิราดลงไป ด้านข้างโรยด้วยไข่ฝอย โรยต้นหอม อุ่นน้ำซุปดาชิให้ร้อนตักน้ำซุปดาชิใส่ถ้วย แล้วหั่นเต้าหู้ใส่ลงไป จัดเสิร์ฟพร้อมกับข้าวหน้าปลาดุกย่าง
Tip
  • หนังปลาดุกจะเหนียวเล็กน้อย ขณะกลัดด้วยไม้เสียบลูกชิ้น ควรใช้มีดเจาะหนังก่อน เพื่อง่ายต่อการกลัดชิ้นปลา
อ่านเพิ่มเติมในคอลัมน์ Recipe นิตยสาร Health & Cuisine ปีที่ : 12 ฉบับที่ : 134 เดือน : มีนาคม 2555

วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555

เปิดบ้านโหน่ง ซะซะซ่า


คุณโหน่ง คุณเท่ง..ตลกหน้าตายของเมืองไทย


ขอบคุณภาพจากรายการที่นี่หมอชิต

หน้าบ้าน...ตัวบ้านสร้างสองชั้น


บริเวเวณบ้าน

 
ขอบคุณรายการที่นี่หมอชิต

ผงะ "เรือผี" สึนามิซัดจากญี่ปุ่นโผล่แคนาดา

บีบีซีรายงานวันที่ 24 มี.ค. ว่า เรือหาปลาญี่ปุ่นลงทะเบียนในเกาะฮอกไกโด ที่ถูกคลื่นสึนามิซัดหายไปจากชายฝั่งญี่ปุ่น ปรากฏลอยกลางทะเลอยู่ฝั่งตะวันตกของประเทศแคนาดา โดยเครื่องบินลาดตระเวนของรัฐบริติช โคลัมเบีย พบเรือลำดังกล่าวที่ไร้ผู้คน หรือเรียกว่า "เรือผี" ในจุดที่อยู่ห่างจากเกาะไฮดา ไกว ประมาณ 275 ก.ม.

ก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัยฮาวาย ประเมินแล้วว่า เหตุสึนามิซัดถล่มญี่ปุ่นในปีก่อน ก่อให้เกิดซากปรักหังพังราว 25 ล้านตัน ในจำนวนนี้ 4-8 ล้านตัน จะลอยเกลื่อนข้ามทวีปไปทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก และ 1-2 ล้านตันยังคงลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ซากขนาดใหญ่มหาศาล น่าจะลอยไปถึงอเมริกาเหนือในช่วงเดือนมีนาคมปี 2557

Map
เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมแคนาดา เผยว่าจับตาเรือลำดังกล่าวว่าจะเป็นมลพิษทางทะเลหรือไม่ หรืออาจไปขัดขวางเส้นทางขนส่งทางทะเลหรือไม่


(ที่มา:ข่าวสดออนไลน์)