แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สูตรอาหารไทย/ Thai Food. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สูตรอาหารไทย/ Thai Food. แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

“โคตรพิเศษ-เฉี่ยวนรก” เมนูสร้างชื่อ...บะหมี่จอมพลัง

แม้งานหน้าร้านจะรัดตัวเต็มที แต่ คุณแนน-อรอมล จงเจริญ วัย 21 ปี เจ้าของกิจการ “บะหมี่จอมพลัง” ซึ่งกำลังเด่นดังในหมู่นักชิมผู้นิยมชมชอบความ “อลังการ” ยังกรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยน้ำเสียงสดใส


เริ่มต้นความเป็นมาว่า กิจการนี้ มีสองหุ้นส่วนสำคัญ คือตัวเธอและแฟนหนุ่ม คือ คุณกัณ-กัณฐัศว์ พงษ์ไพบูลย์เวชย์ อายุ 23 ปี ระหว่างที่คบหากันได้ 1 ปี อยากมีกิจการของตัวเอง จึงชวนกันไปเดินเล่นแถวตลาดนัดจตุจักร


ช่วงนั้นเองมีรุ่นพี่คนหนึ่ง มาเสนอแผงให้ทดลองทำค้าขาย เลยตกลงและตัดสินใจ ทำ “เปาะเปี๊ยะทอด” ออกขายในสัปดาห์ถัดมา




“โคตรพิเศษ-เฉี่ยวนรก” เมนูสร้างชื่อ...บะหมี่จอมพลัง


..................................

คลิกชมภาพและอ่านต่อ....

วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2555

ข้าวหน้าปลาดุกย่าง

ปลาน้ำ จืดไทยอย่างปลาดุก มีเนื้อสัมผัสและกลิ่นคล้ายคลึงกับปลาไหลญี่ปุ่นไม่น้อย เมื่อนำมาแล่เป็นชิ้นตามยาว แล้วนำไปย่างพอหนังตึง ก่อนนำไปนึ่งไล่ไขมันในหนังออก แล้วหมักกับซอสคาบายากิ (เป็นซอสที่ใช้หมักปลาไหลย่าง) ซึ่งทำไม่ยาก ก่อนวางลงย่างบนเตาถ่านด้วยไฟอ่อน จนหนังปลากรอบ และซอสซึมเข้าเนื้อปลา เสิร์ฟกับข้าวกล้องหอมมะลิไทยร้อน ๆ และไข่เจียวหั่นฝอย ก็อร่อยไม่แพ้ข้าวหน้าปลาไหลแบบต้นตำรับ

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
เตรียม (30 นาที) ไม่รวมเวลาหุงข้าว (ปรุง 30 นาที)

  • เนื้อปลาดุกแล่ชิ้นตามยาว 4 ตัว (กระดูกและหัวปลาให้เก็บไว้ทำซอส 2 ตัว)
  • ไข่เจียวหั่นฝอยตามชอบ
  • ต้นหอมซอยตามชอบ
  • ซอสคาบายากิสำหรับราดข้าวเล็กน้อย
  • ซอสคาบายากิสำหรับย่างปลา
  • ข้าวสวยตามชอบ
  • ไม้เสียบลูกชิ้นสำหรับย่างปลา 12 แท่ง
ส่วนผสมซอสคาบายากิ
  • หัวปลาและกระดูกปลาดุกย่างไฟจนหอมและแห้งดี 2 ตัว
  • โชยุ 1 ¼ ถ้วย
  • มิริน 1 1/8 ถ้วย
  • สาเก ½ ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1 ¾ ถ้วย
ส่วนผสมน้ำซุปดาชิ
  • น้ำเปล่า 1 ลิตร
  • สาหร่ายคอมบุแห้ง 20 กรัม
  • น้ำเย็นจัด 50 มิลลิลิตร
  • ปลาแห้งคัตสึโอะ 50 กรัม
  • โชยุเล็กน้อย
  • เครื่องสำหรับใส่ในน้ำซุปตามชอบ อาทิ เต้าหู้ญี่ปุ่น (คินุ) สาหร่ายคอมบุที่ต้มจนนิ่มแล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม หอมซอย
วิธีทำ
  1. ทำ น้ำซุปดาชิ โดยแช่สาหร่ายคอมบุในน้ำนาน 2 ชั่วโมงจนนิ่ม แล้วนำทั้งน้ำและสาหร่ายไปต้มในกระทะแค่พอเดือดตักสาหร่ายออก แล้วตั้งไฟต่ออีกประมาณ 1-2 นาที ปิดไฟ รินน้ำเย็นจัดลงไป ใส่ปลาแห้งคัตสึโอะลงไปแช่ทิ้งไว้ 15 นาที กรองเอาแต่น้ำ (ส่วนผสมที่ได้ในขั้นตอนนี้สามารถนำไปใช้ทำน้ำจิ้มปอนสึได้) แล้วเทใส่หม้อต้มให้เดือด ปิดไฟพักไว้
  2. ใช้ไม้เสียบลูกชิ้น กลัดชิ้นปลาตามขวาง (1 ชิ้น ใช้ 3 ไม้ โดยเริ่มกลับจากเนื้อปลาช่วงหัว กลางชิ้น และหาง) เพื่อป้องกันชิ้นปลางอขณะย่าง
  3. ก่อไฟเมื่อลุกดี แล้ว ใช้ขี้เถ้ากลบ นำตะแกรงย่างเช็ดด้วยน้ำมันแล้ววางบนเตา รอให้เหล็กร้อนจัด จึงวางชิ้นปลาลงย่าง โดยวางด้านหนังปลาลง ย่างแค่พอชิ้นปลาคงรูป และเนื้อปลาตึง ยกขึ้นจากเตา แล้ววางใส่ลงในถาดทนร้อน โดยยังไม่ต้องถอดไม้ นำไปนึ่ง เพื่อไล่ไขมันใต้หนังปลาออกส่วนหนึ่ง ประมาณ 3 -5 นาที พักไว้
  4. ทำ ซอสคาบายากิ โดยผสมมิริน สาเก ลงในกระทะ ตั้งไฟแรง ๆ คนให้เข้ากัน ไฟจะลุกขึ้นในกระทะ รอให้ไฟดับแล้วปิดไฟ ในหม้ออีกใบหนึ่ง ใส่หัวและก้างปลาย่าง โชยุ น้ำตาล แล้วยกขึ้นตั้งไฟ พอเดือด ใส่ส่วนผสมในกระทะลงไป ตั้งไฟอ่อน เคี่ยวประมาณ 15-20 นาที หมั่นช้อนฟองทิ้ง เมื่อครบเวลาแล้วปิดไฟ นำไปกรองเอาแต่น้ำซอส
  5. เท ซอสที่ได้ใส่ภาชนะก้นลึกไว้ นำปลาดุกที่นึ่งไว้จุ่ม แล้วนำขึ้นย่างบนเตาถ่านอีกครั้ง ระหว่างย่างให้ใช้พู่กันจุ่มซอสทาบนชิ้นปลาไปเรื่อย ๆ จนหนังปลาดุกกรอบ และเนื้อปลาดุกแห้งดี นำขึ้นจากเตา ถอดไม้ออก
  6. ตักข้าวสวยใส่ใน ภาชนะที่ต้องการเสิร์ฟ วางชิ้นปลาลงบนข้าว ตักซอสคาบายากิราดลงไป ด้านข้างโรยด้วยไข่ฝอย โรยต้นหอม อุ่นน้ำซุปดาชิให้ร้อนตักน้ำซุปดาชิใส่ถ้วย แล้วหั่นเต้าหู้ใส่ลงไป จัดเสิร์ฟพร้อมกับข้าวหน้าปลาดุกย่าง
Tip
  • หนังปลาดุกจะเหนียวเล็กน้อย ขณะกลัดด้วยไม้เสียบลูกชิ้น ควรใช้มีดเจาะหนังก่อน เพื่อง่ายต่อการกลัดชิ้นปลา
อ่านเพิ่มเติมในคอลัมน์ Recipe นิตยสาร Health & Cuisine ปีที่ : 12 ฉบับที่ : 134 เดือน : มีนาคม 2555

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สารพัด เมนูกบ รสจัดจ้านอร่อยถึงใจ'อ่อมแห้งคั่วไก่'

ได้มีโอกาสไปเที่ยวโคราชมาครับ และทุกครั้งที่ผมไป ผมจะแวะกินอาหารที่ชาวบ้านในเมืองนั้นรู้จักกันมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งบางร้านคุณพ่อและผมเองเคยไปรับประทานมาตั้งแต่ผมกลับมาจากเมืองนอก ซึ่งเป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้วครับ อย่างร้านที่สัปดาห์นี้ผมกำลังจะพูดถึง นั่นคือ ร้านเจ้น้อยกระโทก
     
ร้านนี้เป็นร้านที่ทำอาหารได้อร่อยมาก ทั้งอาหารจีน อาหารไทยอีสาน หรือจะเป็นอาหารไทยแท้ ๆ ก็สามารถทำได้ครับ เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสไปโคราช ผมจะนัดหมายโดยการโทรศัพท์ไปบอกที่ร้านล่วงหน้าว่าผมจะไปกินข้าวที่ร้าน และทุกครั้งที่ไปทานข้าวที่ร้านนี้ ผมก็ไม่ต้องสั่งอาหารเลยครับ เพราะเขาจะเตรียมอาหารไว้ให้เรียบร้อยหมดแล้ว
    
โดยอาหารที่เขาเตรียมไว้ให้นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่ผมชอบ ซึ่งทางเจ้าของร้านจะทราบดีว่าผมชอบอะไรเพราะมาทานหลายครั้งแล้ว อีกทั้งยังมีอาหารแปลก ๆ มาให้ผมได้ลิ้มลองอีกด้วย อย่างครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาทราบว่า ผมชอบกินกบ ก็เลยมี กบทอดกระเทียม มาให้ชิม ยังมีกระดูกติดอยู่เลยนะครับ แต่ว่าข้างในเนื้อจะนุ่ม ส่วนข้างนอกจะกรอบและหอมอบอวลไปด้วยเครื่องเทศที่เขาหมักเนื้อกบซึ่งเขาหมักไว้เป็นอย่างดีครับ เมื่อมีคนสั่งก็จะเอาไปทอดให้กิน
     
สำหรับเมนูกบ ยังมีอีกหลายอย่างนะครับ มองไปมองมาเขาก็ทำ กบผัดเผ็ด มาให้  ผมกินด้วย การผัดเผ็ดกบจะต้องใส่มะเขือเยอะ ๆ ครับ ผมเองก็ชอบกินของแบบนี้เหมือนกัน ชอบกินเหมือนกับชาวบ้านที่เขากินกันเมื่อสมัยก่อนนะครับ แต่สมัยนี้ผมรู้สึกว่าคนก็เริ่มชอบกินกบเหมือนกันนะครับ  เขาผัดมาได้รสชาติจัดจ้านดี กินกับข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยเหลือเกินครับ
     
แกงคั่วหอยขม ก็มีนะครับ อร่อยเช่นเดียวกัน น้ำแกงข้นดีครับ แต่อย่าราดน้ำแกงมาก เพราะรสชาติเผ็ดพอสมควร ตามมาด้วย คั่วหม่ำ ซึ่งเขาเอาไส้กรอกอีสานที่เรียกว่า หม่ำ ซึ่งทำจากเลือดและทำจากเครื่องในของหมูที่ทำเป็นไส้กรอกเอามาฉีก หมายถึงว่า เขาเอาหม่ำออกจากไส้แล้วเอามาคั่วให้สุก แล้วเอามาผัดคล้าย ๆ กับคั่วกลิ้ง เมื่อผมชิมแล้วอร่อยมากเลยครับ นอกจากนี้ ยังมี ต้มขาหมู ด้วยครับ น้ำซุปรสชาติใช้ได้ กลมกล่อมดี  ยังมี เต้าหู้ทอดให้กินด้วย กินเล่น ๆ เคี้ยวเพลินดีครับ น้ำจิ้มทำได้ดี อร่อยครับ ที่ร้านนี้เขาก็มี น้ำพริกเหมือนกันนะครับ ที่ทำมาให้ผมกินเป็น น้ำพริกปลาร้า และที่ขาดไม่ได้ก็ต้องมี ปลาร้าผัดแห้ง ที่ผมชอบมากครับ ทั้งน้ำพริกปลาร้า และปลาร้าผัดแห้ง อร่อยทั้งคู่เลยครับ ผมกินไม่คุยกับใครเลย มี ผัดหมี่โคราช ผมเป็นคนที่ไม่ชอบกินหมี่เท่าไหร่นัก แต่ถ้าเป็นผัดซีอิ๊วเส้นเล็กผมกิน หรือจะเป็นผัดซีอิ๊วเส้นหมี่ผมก็ชอบกิน แต่ว่าถ้าเป็นผัดหมี่โคราชหรือถ้าไปปักษ์ใต้จะเป็นผัดไทไชยา ผมไม่ค่อยชอบอาหารประเภทนี้นัก แต่จะว่าไปที่ร้านนี้เขาผัดหมี่โคราชได้อร่อยนะครับ ไม่หวานเท่าไร ผมลองชิมไปคำหนึ่ง ฉะนั้นสำหรับอาหารจานนี้ผมก็เลยต้องขอไม่พูดเรื่องนี้เท่าไหร่เพราะผมไม่ค่อยชอบกิน แต่ทีมงานของผมกินกันเสียจนหมดจานเลยครับ สงสัยจะถูกปากกัน 
     
มี เมี่ยงปลา ให้ผมกินด้วย ซึ่งเป็นของที่แปลกพอสมควร ไม่เคยกินมาก่อน รสชาติเหมือนเมี่ยงคำครับ การทำนั้นก็จะเอาปลาไปชุบแป้งทอดทำเป็นชิ้นเล็ก ๆ และก็กินกับเครื่องที่เป็นผัก มีน้ำจิ้มคล้าย ๆ น้ำจิ้มที่ใช้จิ้มในเมี่ยงปลาทูเลยครับ เมื่อลองชิมดู ก็อร่อยใช้ได้ครับ ต้องเคี้ยวหน่อยนะครับ แล้วก็ต้องใส่เครื่องให้พอดีกับปากของเรา ไม่เช่นนั้นจะใหญ่เกินไป เอาเข้าปากลำบากครับ 
     นอกจากนั้น ยังมี ปีกไก่ทอดน้ำปลา จานนี้อร่อยมากเลย และต้องเรียนตามตรงว่า เป็นอาหารที่ผมโปรดปรานและชอบมาก เวลากินต้องใช้มือจับนะครับถึงจะกินอร่อย ไม่ต้องกลัวมือเลอะครับ ค่อยล้างทีหลังได้
     
ยังมี ลาบเลือด มาให้กินด้วยนะครับ ซึ่งเมื่อสมัยก่อน ตอนที่ผมยังหนุ่ม ๆ อยู่ ผมกลับมาจากเมืองนอกก็ได้กินลาบเลือด เป็นซกเล็กเลยครับ เป็นเลือดจริง ๆ เลือดที่เป็นน้ำเลยครับ แดงไปหมด แต่ที่นี่ไม่ถึงขนาดนั้น ผมเลยบอกว่า ผมกลัวเป็นดีซ่านก็เลยขอให้เค้าเอาไปคั่วให้สุก เมื่อกินเข้าไปแล้วไม่อร่อยเท่าลาบเลือดสด ๆ ครับ แต่เพื่อสุขภาพที่ดี อาหารจานนี้ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงนะครับ 
     
หมี่กะทิ ของที่ร้านนี้ รสชาติใช้ได้ เขาทำได้อร่อย เผ็ดและแซบมากครับ มี หางดง ด้วยครับ ทำอร่อยเหมือนกัน มี อ่อมแห้งคั่วไก่ซึ่งจานนี้ นาน ๆ ทีถึงจะได้กิน แต่ว่า ขึ้นชื่อว่า อ่อม ผมชอบอยู่แล้วครับ เพราะเป็นแกงไทยจริง ๆ คล้ายแกงเผ็ด แต่อ่อมเป็นแกงทางอีสาน มีเครื่องตำอยู่ในนั้น เป็นน้ำใส ๆ และถ้าจะให้ดีจริง ๆ ต้องมีปลาร้าใส่เข้าไปด้วยครับ
     
มาคราวนี้ได้กินอาหารจีนด้วย ซึ่งไม่ได้กินมานาน คือ กระเพาะหมูผัดเกี้ยมฉ่าย เป็นของโปรดของผมเลย ผัดมาได้เข้มข้นและอร่อยมาก ๆ ครับ ยังมีอาหารจานหนึ่ง สำหรับคนที่แก่แล้วกระมัง ผมไม่แน่ใจเหมือนกันแต่เขาเอามาให้ผมลอง เรียกว่า ข้าวแบะ คล้าย ๆ ข้าวต้ม แต่ว่าน้ำข้าวต้มจะเป็นน้ำแกงเลียง มีการใส่ผักหลาย ๆ อย่าง เข้าไป มีถั่ว มีข้าวโพด และอื่น ๆ เยอะแยะเลยครับ เมื่อชิมแล้วอร่อยครับ เหมือนกินอาหารไทยแล้วเอาข้าวลงไปคลุก 
      
ถ้าใครอยากกินอะไรที่อร่อยก็ร้านนี้เลยครับ ร้านเจ้น้อยกระโทก เป็นร้านที่มีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์แล้วครับ แขกบ้านแขกเมืองก็ไปกินที่นั่นอยู่บ่อย ๆ เป็นร้านที่เรียบง่าย ผมชอบนั่งกินข้างนอก ไม่ชอบนั่งในห้องแอร์ มีความสุข สบายและเรียบง่ายดีครับ เพราะฉะนั้นอย่าลืมไปชิมที่ร้านนี้กัน ถ้าผมกลับไปที่โคราชอีก ผมก็จะแวะไปกินร้านนี้อีกครับ.

ชิมให้เป็น : ปีกไก่ทอดน้ำปลา

อาทิตย์นี้จะพูดถึงลักษณะของปีกไก่ทอดน้ำปลาว่าทำไมถึงอร่อยได้ ความจริงแล้ว ความอร่อยของอาหารจานนี้อยู่ที่ข้างนอกของปีกไก่จะต้องกรอบเกรียมนิด ๆ เวลากัดเข้าไปแล้วข้างในจะนุ่มและมีควันขึ้นมาซึ่งจะได้มีกลิ่นของน้ำปลา มีความเค็มและความหวานของเนื้อไก่อยู่นิด ๆ นี่แหละครับ คือ เสน่ห์ของปีกไก่ทอดน้ำปลา
    
วิธีการทำให้อร่อยและกรอบนั้น ก็คือ เขาต้องเอาไปหมักน้ำปลาเสียก่อน หลังจากที่เอาปีกไก่ไปหมักเรียบร้อยแล้ว เขาจะเอาไปนึ่งให้สุกก็ได้ หรือเอาไปลวกในน้ำมันที่ไม่ร้อนจนเกินไปนักเพื่อปีกไก่จะได้ไม่ไหม้ก็ได้ โดยจะลวกไม่ให้เหลืองแต่ให้พอสุก ๆ แล้วก็ตักขึ้น ทิ้งไว้ให้เย็น
    
จากนั้น เวลาจะเสิร์ฟก็เอาไก่ที่เราได้ลวกน้ำมันหรือเอาไปนึ่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซับน้ำหรือไขมันให้ออกมา แล้วเอาลงไปทอดในกระทะที่มีน้ำมันร้อนจัด น้ำมันที่ร้อนจัดก็จะทำให้ผิวที่เหลือง กรอบในทันที เพราะว่าได้เอาน้ำมันออกไปแล้วครั้งหนึ่ง
    
การทำอย่างนี้ เป็นวิธีหรือขั้นตอนเดียวกับการทำทอด เฟรนช์ฟรายส์ เพราะตามหลักแล้ว เฟรนช์ฟรายส์จะต้องทอดครั้งหนึ่ง แล้วต้องทิ้งให้เย็นเสียก่อน จากนั้นถึงจะทอดในน้ำมันร้อน ๆ อีกครั้งหนึ่ง จะได้กรอบนอก นุ่มใน อย่างไรครับ.
เข้าครัวกับหมึกแดง : เป็ดตุ๋นสามเซียน

เครื่องปรุง

-นํ้าซุป                700    มิลลิลิตร

-เครื่องยาจีน       1    ห่อ

-หอยเชลล์แห้ง   10    ตัว แช่นํ้าให้นุ่ม
   
-ซีอิ๊วขาว             2    ช้อนโต๊ะ

-เกลือป่น             1    ช้อนโต๊ะ

-พริกไทยดำ         ตามต้องการ

-นํ้ามันหอย           2    ช้อนโต๊ะ

-เหล้าจีน              2    ช้อนโต๊ะ

-เป็ด                    1/2    ตัว

-เห็ดหอมแห้ง      10    ดอก แช่นํ้าให้นุ่ม
   
-นํ้ามันงา              1    ช้อนโต๊ะ

-แป้งมัน                1    ช้อนโต๊ะ

-คะน้าฮ่องกงลวก ตามต้องการ (สำหรับเสิร์ฟ)
             
วิธีทำ
   
1. นำหม้อตั้งไฟ ใส่นํ้าซุปลงไป ตั้งไฟให้เดือด ใส่เครื่องยาจีน หอยเชลล์แห้ง ต้มพอเดือด ลดไฟลง
   
2. ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วขาว เกลือป่น พริกไทยดำ นํ้ามันหอย เหล้าจีน ตุ๋นไฟอ่อน ๆ
   
3. ใส่เป็ด และเห็ดหอมลงไปตุ๋น ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงหรือจนกว่าจะเข้าเนื้อ
   
4. เมื่อตุ๋นได้ที่แล้ว ตักเนื้อเป็ดออกพักไว้
   
5. นำนํ้าที่ตุ๋นเป็ดมาทำซอส โดยแบ่งกรองซอสใส่หม้อเล็ก ตั้งไฟให้เดือด ผสมแป้งมันลงไปกับนํ้าซอสที่เย็นแล้วเทลงไปในนํ้าซอส ทำให้ข้น แล้วจึงใส่นํ้ามันงา และปรุงรสอีกครั้ง
   
6. ในจานเปล วางคะน้าฮ่องกงลวกลงในจาน แล้วนำเป็ดทั้งชิ้นเลาะกระดูกออกสับเป็นชิ้น เรียงลงบนผักวางรอบ ๆ จานด้วยเห็ดหอมตุ๋น และราดหน้าด้วยซอส เสิร์ฟร้อน ๆ
**
หมึกแดง
www.mcdangguide.com
**

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นบะหมี่ หลากเมนูเป็ด ครัวหนิง (คลอง3)

ไม่ใช่คนย่านคลอง 3 ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เห็นทีไม่คุ้นและไม่เคยที่จะได้ลิ้มรสเมนูเป็ดหลากหลาย ที่ ครัวหนิง เป็นแน่แท้ เพราะทำเลที่ตั้งซับซ้อนอยู่ในเส้นทางลัดไปคลอง 4 เขตตำบลลาดสวาย ลำลูกกา แต่ร้านนี้ไม่ไร้ลูกค้า เพราะคนชอบทานเป็ดแถบนี้ แวะเวียนมาลิ้มรสไม่ขาดสายทุกวัน
   
ครัวหนิง เริ่มต้นจากการเปิดบริการความอร่อย จากร้านเล็ก ๆ ขยายมาเป็นร้านใหญ่ในช่วงเวลา 7 ปี เมนูชูรสเด่นของเมนูเป็ดหลากหลายให้เลือกชิม เด่นรสและเป็นที่ติดอกติดใจของนักชิมส่วนใหญ่ เห็นจะเป็น ข้าวกะเพราเป็ด ข้าวสวยร้อน ๆ หอม ๆราดด้วยเนื้อเป็ดพะโล้ที่ผัดเป็นกะเพรารสชาติหอมกรุ่นเนื้อเป็ดนุ่มซึมแทรกความแซบของพริกและใบกะเพรา อยากจะทานไปพร้อมกับไข่ดาวมีบริการพร้อมเสิร์ฟลดความเผ็ดมาทาน ข้าวหน้าเป็ด มีข้าวสวยร้อน ๆ รองรับความหอมกรุ่นของเป็ดพะโล้ ทั้งเนื้อเป็ดสับ เลือด ตับ ราดด้วยน้ำพะโล้และน้ำจิ้ม ยิ่งทานยิ่งติดใจในความนุ่ม หอม ถามถึงกลิ่นสาบเป็ดตอบได้เลยว่า ไม่มีมาให้เสียความรู้สึก

เมนูเส้นประเภท ก๋วยเตี๋ยวเป็ด มีเส้นให้เลือก ทั้ง เส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นบะหมี่ เส้นหมี่ วุ้นเส้น และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สุดแท้แต่จะชอบ รสเด่นอยู่ที่น้ำซุปหอมกลมกล่อม ต้องชิมก่อนปรุง เนื้อเป็ด เลือด นุ่มอวลด้วยน้ำพะโล้ไม่มีเครื่องยาจีนอวลตลบ เพราะร้านนี้ใช้สูตรต้มเป็ดพะโล้ในแบบที่คิดเอง ถ้าอยากทานน่องเป็ดชิ้นโต สั่งเพิ่มมาได้รับรองได้ทานเนื้อน่องเป็ดแสนนุ่มได้อย่างเพลิดเพลิน

เบื่อเมนูเส้นลอง เกาเหลาเป็ด เกาเหลาน่องเป็ด เกาเหลาเนื้อเป็ดและน่อง น้ำซุปกลมกล่อม เนื้อเป็ดนุ่มทานกับข้าวสวยร้อน ๆ อิ่มอร่อยคุ้ม ยังไม่อิ่มหนำกับเมนูเป็ด สั่ง คอเป็ด ปีกเป็ด ตีนเป็ด เครื่องในเป็ด มาทานเป็นจาน ๆ ย่อมได้ ไม่มีใครห้ามถ้าไม่อิ่มแปล้เสียก่อน

ครัวหนิง ยังมี เย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ รสชาติดี ไม่แพ้กับเมนูเป็ดทั้งหลาย ไว้คอยบริการคนไม่ชอบทานเป็ด แถมยังมี ข้าวต้มมัด ขนมไทย ๆ ที่มีไส้ถั่ว เผือก และกล้วย ข้าวเหนียวหนึบ มันกะทิ ไม่หวานแหลม แถมไส้หนากว่าตัวข้าว ทานแล้วหลงรักข้าวต้มมัดร้านนี้เข้าอย่างจัง ส่วนเครื่องดื่มเย็นมี น้ำโอเลี้ยง น้ำลำไย น้ำกระเจี๊ยบ เก๊กฮวย ชาดำเย็น ไว้คอยบริการให้ดื่มแก้กระหาย เย็นชื่นใจ

ถ้าชอบทานเป็ดพะโล้ ลองแวะเวียนไปลิ้มรสชาติ ที่ครัวหนิง (คลอง 3) ดูสักหน เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00- 16.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 08-9485–9043 และ 08-1722-0232.

แม่พลอย

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ยู้ ลูกชิ้นปลาเยาวราช 'ตาหมี่'ชามเด็ดสูตร80ปี

อิ่มอร่อย


ร่วมงาน "เดอะมอลล์ อร่อยไป เที่ยวไป ทั่วเมืองไทย" ในฐานะร้านค้าชื่อดังทั้ง 5 ภาคของประเทศอยู่ในขณะนี้

"ยู้ ลูกชิ้นปลาเยาวราช" เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาที่เก่าแก่อีกร้านย่านเยาวราช เปิดขายมากว่า 80 ปี โดยลูกชิ้นปลาของทางร้านเป็นสูตรต้นตำรับที่รับการถ่ายทอดมากว่า 3 รุ่น

ยู้ เกยูร โชคล้ำเลิศ เจ้าของร้าน กล่าวว่า ตนเองเป็นรุ่นที่สามของตระกูลที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาต้นตำรับแต้จิ๋วจากอากง อึ้ง เป็งซุง

นอกจากที่ร้านทำลูกชิ้นปลาเองแล้ว ยังทำเส้นบะหมี่เองอีกด้วย

ส่วนลูกชิ้นอีกอย่างที่ทางร้านได้ทำเสริมขึ้นมา คือ ลูกชิ้นกุ้ง ทำจากกุ้งแชบ๊วยอย่างดี คัดจากฟาร์มเลี้ยงกุ้งที่ได้คุณภาพ บดตีเข้ากรรมวิธีการทำลูกชิ้นตามสูตรของทางร้าน

เมื่อไปเยือนที่ร้านจะเห็นว่าก๋วยเตี๋ยวเมนูที่ลูกค้าสั่งกันทุกโต๊ะ ชามแรกเป็น "ตาหมี่" หรือบะหมี่แห้งหน่อไม้ ลูกชิ้นปลา



เป็นก๋วยเตี๋ยวสูตรโบราณ ใช้หน่อไม้ผัดแล้วปรุงรสตามสูตรของทางร้าน ทำให้ก๋วยเตี๋ยวชามนี้มีรสชาติกลมกล่อม อร่อยลงตัวกับลูกชิ้นที่ทำจากปลาอินทรี ปลาหางเหลือง และปลาโซตอ ซึ่งทั้งหมดเป็นปลาทะเลที่ใช้ทำลูกชิ้นปลาของที่ร้าน

ใน 1 ชาม นอกจากลูกชิ้นปลาแล้ว ยังมีลูกชิ้นกุ้ง ฮือก๊วย หรือปลาเส้น เกี๊ยวปลา โดยความพิเศษของเกี๊ยวคือการนำเอาเนื้อปลามาทำเป็นแผ่น เพื่อห่อเนื้อปลาอีกที ทั้งหมดจะอยู่ในชามก๋วยเตี๋ยวให้ลิ้มลอง
"เส้นใหญ่น้ำลูกชิ้นปลา" เมนูนี้มีความอร่อยอยู่ด้วยกันสามส่วน ส่วนแรกเป็นเส้นใหญ่ ที่ทางร้านนวดเส้นกับน้ำมันปรุงรสพิเศษสูตรเฉพาะ ความอร่อยส่วนต่อมาเป็นลูกชิ้นปลา เกี๊ยวปลา และเผือกทอด บวกกับอร่อยส่วนสุดท้ายเป็นน้ำซุปรสชาติเด็ดของยู้ ลูกชิ้นปลา

ทางร้านลวกลูกชิ้นปลาปรุงรสตามสูตรต้นตำรับ หลังจากนั้นเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ นาน 5-6 ชั่วโมง ก่อนใช้เป็นน้ำซุปใส่ในก๋วยเตี๋ยว

"เส้นเล็กแห้งลูกชิ้นปลา" เป็นอีกชามที่ได้รับความนิยม ทางร้านคัดสรรเส้นมาจากร้านเจ้าประจำที่ดีที่สุดในตลาดเยาวราช เพราะเส้นมีความพิเศษตรงที่มีความเหนียวนุ่มไม่มีกลิ่น ลวกกับถั่วงอกที่ใช้เป็นผักแกล้ม

ส่วนก๋วยเตี๋ยวแห้ง สำคัญที่เพิ่มความหอมอร่อยให้กับเส้นก๋วยเตี๋ยว อยู่ตรงกระเทียมเจียวที่คลุกเคล้ากับเส้นเล็ก ซึ่งทางร้านทำสดใหม่วันต่อวัน ผสมกับลูกชิ้นปลาของทางร้าน เข้ากันอย่างลงตัว

"บะหมี่เย็นตาโฟ ความอร่อยของเส้นบะหมี่ทำเองเส้นเล็กนุ่ม ลวกกับผักบุ้งซึ่งใช้เป็นผักแกล้ม ใส่ลูกชิ้นปลา ฮือก๊วย หรือปลาเส้น เผือกทอด และลูกชิ้นกุ้งทอด ราดด้วยซอสแดงสูตรของทางร้าน หลังจากนั้นใส่น้ำซุปลูกชิ้นปลาพร้อมเสิร์ฟได้ทันที

ลูกชิ้นปลา ฮือก๊วย ลวก หรือลูกชิ้นกุ้งทอด เผือกทอด หนังปลาทอด เมนูที่ลูกค้าเลือกสรรกันเองโดยลูกชิ้นปลาของทางร้านไม่มีน้ำจิ้ม กินได้เลยเพราะมีรสชาติลงตัวอยู่แล้ว ส่วนใหญ่มักสั่งกันแทบจะทุกโต๊ะ

ความอร่อยของ ยู้ ลูกชิ้นปลา ทางร้านบอกว่าอร่อยแบบไม่มีผงชูรส ต้องมีความเข้มงวดในการทำลูกชิ้นตามสูตรของอาก๋ง เพราะเป็นสูตรที่ได้รับการยอมรับมาจากรุ่นสู่รุ่นจนปัจจุบันนี้ ก็เป็นที่ยอมรับของลูกค้าที่มาอุดหนุนแน่นร้านทุกวัน นอกจากก๋วยเตี๋ยวปลาแล้ว ทางร้านยังจำหน่ายลูกชิ้นปลา เผือกทอด ฮือก๊วย หรือปลาเส้น และลูกชิ้นกุ้งทอด สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อกลับไปกินที่บ้าน

ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด นอก จากที่เยาวราชแล้ว ยู้ ลูกชิ้นปลาเยาวราช ยังมีจำหน่ายที่เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ หรือหากช่วงสุดสัปดาห์นี้หยุดยาว จะไปเที่ยวชิมได้ในงานเดอะมอลล์ อร่อยไป เที่ยวไป ทั่วเมืองไทย วันที่ 14-20 ก.ค. ที่อีเวนต์ ฮอลล์ ชั้นจี เดอะมอลล์ ทุกสาขา สอบถามได้ที่ โทร.08-9782-7777

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

หมี่ผัด ส้มตำโคราช ร้านผัดหมี่โคราชแม่แต๋ว

ร้านผัดหมี่โคราชแม่แต๋วไม่ใช่ร้านอาหารใหญ่โตหรูหรา หากแต่เป็นร้านขายอาหารการกิน จำพวกรถเข็นที่ตั้งริมฟุตปาธซอยท่านผู้หญิงพหลฯย่านเกษตร ที่ขายอาหารจานเดียวเป็นหมี่ผัดโคราช ส้มตำ ลูกชิ้นปิ้งและไส้กรอก ที่มีทั้งคนทำงาน นักศึกษา มาอุดหนุนเป็นลูกค้าประจำสม่ำเสมอร้านผัดหมี่โคราชแม่แต๋ว เป็นร้านที่คู่ชีวิตนักสู้อย่าง คุณโหน่งและคุณจอย ที่สู้อุตส่าห์จากบ้านเกิดที่ ตำบลกระโทก อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา มายึดหัวหาดริมทางเท้า ซอยท่านผู้หญิงพหลฯขายผัดหมี่โคราช ส้มตำมานานถึง 11 ปี เริ่มต้นการขายที่แทบไม่มีลูกค้า กระทั่งมีลูกค้าติดใจรสมือการปรุง ทำให้มีการบอกปากต่อปาก โดยเฉพาะเมนูเด็ดขึ้นชื่อคือ ผัดหมี่โคราช อาหารพื้นบ้านของชาวโคราช และ คุณโหน่ง เจ้าของร้านนำตำรับการปรุงหมี่ผัดโคราชแบบโบราณมาจากแม่ มาปรุงรสให้กลมกล่อมจนใครๆ ติดใจ

ผัดหมี่โคราชร้านนี้มีแบบ เส้นสด วุ้นเส้น และ เส้นเล็ก ที่เด่นโดนลิ้น เห็นจะเป็นผัดหมี่โคราชที่ใช้เส้นสด จากตำบลกระโทก อำเภอโชคชัย มาเป็นวัตถุดิบกับเครื่องเครา เอกลักษณ์เส้นสด ใช้แต่แป้งข้าวเจ้าอย่างเดียวมาทำ สีออกขุ่นๆ ไม่ขาวนวล แต่ตัวเส้นนุ่ม หอมธรรมชาติ
 
แค่ตัวเส้นสดมีที่มาน่าสนใจ วิธีผัดปรุงรสหน้าร้านริมรถเข็นเพลินตาไม่น้อย เห็นตั้งแต่ขั้นตอนใช้น้ำมันหมู ที่ใช้มันหมูเจียวเอาน้ำมันมาใช้วันต่อวัน แล้วใส่เนื้อหมู หอมแดงสับ น้ำตาลปีี๊บ พริกป่น ซีอิ๊วดำ น้ำมะขามเปียก ที่ใช้มะขามเปียกข้ามปี มาทำเป็นน้ำมะขามปรุงรส ให้รสชาติไม่เปรี้ยวแหลม

รสชาติของผัดหมี่โคราชเส้นสด เด่นตั้งแต่ตัวเส้นเหนียวนุ่ม ไม่แฉะ เพราะผัดได้แห้ง ส่วนรสชาติออกหวาน ไล่มาเปรี้ยว เค็ม กลมกล่อมกำลังดี ทานเคียงไปพร้อมกับผักสดอย่างหัวปลี ใบบัวบก ถั่วงอกดิบ ได้สารอาหารครบถ้วนถ้าไม่ชอบใจเส้นสด จะเปลี่ยนเป็นวุ้นเส้นหรือเส้นเล็ก ย่อมได้ เพราะรสชาติเหมือนกันต่างกันตรงตัวเส้น

ชอบทานส้มตำแซบ มีสิทธิสั่งจากร้านนี้มาทานได้เพราะของเขามีส้มตำรายการเด็ดไว้ให้สั่งมารับประทาน ถ้าจะเอาตรงคอนเซปต์ โคราช ต้องลองสั่ง ตำโคราช อธิบายง่าย ๆ เป็นส้มตำผสมระหว่างตำไทยกับตำลาว ใสทุกอย่างทั้งมะละกอ มะเขือ ถั่วฝักยาว ปูเค็ม กุ้งแห้ง ถั่วลิสงคั่ว ที่ขาดไม่ได้คือ ปลาร้า ถ้าคิดจะสั่งตำโคราช ถ้าทานปลาร้าไม่เป็น มีสิทธิสั่งแบบไม่เอาปลาร้าก็ได้ แต่จะอดสัมผัสรสชาติตำโคราชแบบดั้งเดิมไปเสียสิ้น

แม่พลอยอยากทานตำโคราชแบบไร้เส้นมะละกอ เลือกเอาสั่งตำถั่วฝักยาวแบบโคราช มีถั่วฝักยาว มะเขือเทศ มะเขือเปราะ ตำคลุกเคล้ารสน้ำยำ แล้วสั่งกากหมูกรอบมาโรยหน้า ทานไปพร้อมกัน ได้รสชาติอร่อยไปอีกแบบ ร้านนี้มี ตำปู ตำปลาร้า ตำไทย ตำไข่เค็ม ให้เลือกสั่งทานแบบใจชอบได้หลายรายการ

เมนู ลูกชิ้นปิ้ง ไส้กรอกย่าง ร้อน ๆ จากเตานี่ มัดใจคนชอบทานลูกชิ้นปิ้งจนอยู่หมัด ลูกชิ้นหมูแท้อย่างดี เคี้ยวหนึบ จิ้มทานกับน้ำจิ้มรสเด็ด ที่เจ้าของร้านปรุงเอง รับรองไม้เดียวไม่พอ ต้องมีไม้สอง ไม้สามและไม้ที่สี่ ตามมา ส่วนไส้กรอกหมูหอม นุ่ม อร่อยไม่แพ้กัน
ผัดหมี่โคราชแม่แต๋ว ร้านรถเข็นที่ต้องยกนิ้วในเรื่องรสชาติให้ ร้านเล็กแต่คนทานเยอะ นึกอยากไปทานแม่พลอยรบกวนชวนให้มาทำจิตใจเย็น ๆ อย่าใจร้อนเวลาสั่ง เพราะทีมงานน้อย แต่คนทานเยอะพอควร เรื่องบริการอาจมีขาดตกบกพร่อง ถ้าพร้อมความรู้สึกด้านนี้ลองแวะดูร้านเปิดบริการจันทร์–เสาร์ ตั้งแต่ 16.00–22.00 น. ปิดบริการทุกวันอาทิตย์ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 08-1580-5381
แม่พลอย : http://www.dailynews.co.th/

สปาเกตตีผัดกุ้ง สูตรหนูจะใช้น้ำมันนิดเดียว

โดย : หมูหวานชวนชิม

สปาเกตตีนางเอก 

หมูหวานพาไปพบกับสาวน้อยตาสวย ดีกรีนางเอก และอดีตมิสทีนไทยแลนด์ 2005 นามว่า น้องตรี หรือ นันทรัตน์ เชาวราษฎร์

สัปดาห์นี้หมูหวานจะพาไปพบกับสาวน้อยตาสวย ดีกรีนางเอก และอดีตมิสทีนไทยแลนด์ 2005 นามว่า น้องตรี หรือ นันทรัตน์ เชาวราษฎร์ หลานสาวของนางเอกอมตะ ‘เพชรา เชาวราษฎร์ ’
 นางเอกสาวน้อยคนนี้เพิ่งจะอายุ 22 ปี มีละครจอแก้วเรื่อง เขยรสข่า พ่อตารสขิง สังกัดค่ายละครอาร์เอสฯ ออกอากาศทางช่อง 8 InfinityTV คนมักถามเธอว่า เป็นอะไรกับป้าอี๊ด เธอก็ได้แต่ตอบซ้ำ ๆ ไปว่า  “เท่าที่รู้มา พ่อหนูเสียมาตั้งแต่หนูยังเด็ก ๆ และหนูก็ไม่ค่อยสนิทกับฝั่งนู้น (ญาติฝ่ายพ่อ) ส่วนใหญ่จะสนิทกับทางแม่มากกว่า คุณพ่อเป็นลูกพี่ลูกน้องกับป้าอี๊ดไม่ได้เป็นญาติกันตรง ๆ แต่บางทีหนูก็โทรไปหาป้าอี๊ดบ้าง โทรไปสวัสดี คุยกันนิด ๆ หน่อย ๆ เช่นบอกว่าตอนนี้หนูกำลังทำอะไรอยู่ คุณป้าเขาก็จะให้คำแนะนำ”
 ปัจจุบันน้องตรีเรียนอยู่ปี 4  คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกนาฏศิลป์ไทย เธอบอกว่าชอบวิชารำฟ้อนมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล 2 และเล่นดนตรีไทยควบคู่มาด้วย เช่น ขิม, จะเข้ เรียกได้ว่าเล่นดนตรีไทยอย่างจริงจังตอนอยู่ ม. 5- ม. 6 เลยก็ว่าได้
 “สำหรับละครเรื่องนี้ถือว่าเล่นเต็มตัวครั้งแรก แต่ตอนที่อยู่ ม.5 ม. 6 ก็เล่นละคร เรื่องใจสู้มุ่งสู่ฝัน เป็นหนังกีฬาตอนเย็น ๆ แล้วก็มีเรื่อง พ่อหนูเป็นซูเปอร์สตาร์ เป็นดารารับเชิญตอนท้ายเรื่อง แต่เรื่องนี้เล่นตั้งแต่ต้นจนจบ หนูก้าวมาเล่นละครได้เพราะประกวดมิสทีนไทยแลนด์ เมื่อ 6 ปีก่อน แล้วได้ถ่ายโฆษณา และเล่นละคร มีเล่นหนังด้วยนะคะ เรื่องคนโขน พี่ตั้ว-ศรัณยู กำกับ ยังไม่เข้าโรงเลยค่ะ”
 ส่วนเรื่อง เขยรสข่า พ่อตารสขิง เป็นละครแนวคอมเมดี้ เธอว่าสนุกมากนักแสดงทุกคนเล่นได้เป็นแบบธรรมชาติ เป็นตัวของตัวเอง เล่นไปเกือบขำไป ตรีดูเป็นหญิงไทย เรียนรำไทย เล่นดนตรีไทย ทว่าเธอออกตัวว่าไม่ได้เป็นหญิงไทยเรียบร้อย ตัวจริงค่อนข้างห้าว ไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่
 “แต่ก็แอบชอบ Kitty นะคะ แอบหวานนิดหน่อย ห้องนอนเป็น kitty ทั้งห้องเลยเช่น ตู้เสื้อผ้า ที่ใส่เครื่องประดับ แปรงขัดห้องน้ำ ผ้าปูที่นอน กรอบรูป กรรไกรตัดเล็บ ปากกา ชุดนอน ชอบของกุ๊กกิ๊ก บางทีซื้อมาก็ไม่ได้ใช้”
 ถามถึงเรื่องอาหารการกินของสาวหวาน เธอบอกว่าชอบอาหารประเภทกุ้ง รองลงมาเป็นอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะปลาดิบ ยกเว้นถั่วงอก และผักโขม ขอบาย
"ที่เข้าครัวทำเองก็มีไข่เจียว ไข่ดาว มักกะโรนีกุ้ง แต่วันนี้เป็นสปาเกตตีผัดกุ้ง สูตรหนูจะใช้น้ำมันนิดเดียว จะแอบใส่เนยลงไปด้วย แล้วจะใส่กุ้งก่อนให้มันกุ้งออกมา แกะเปลือกทั้งหมด หางก็แกะออกด้วยเวลากินจะได้สะดวก แล้วใส่ไข่ลงไป 2 ฟอง อาจใส่หมูสับเล็กน้อย หมูก็จะติดไข่อร่อย  แล้วปรุงรสตามใจฉัน หนูจะใส่ทั้งซอสภูเขา ซีอิ๊วขาว ใส่น้ำมันหอย น้ำตาลเล็กน้อย ผงชูรสไม่ใส่ ตอนที่ผัดไม่ใส่ผักเช่นหัวหอม ผัดเองไม่ค่อยใส่หรอกค่ะ ใส่ผักกาดหอมและมะเขือเทศวางไว้สวย ๆ เคยทำให้แม่ทานด้วยนะคะ ไม่กล้าทำให้คนอื่น เพราะกลัวว่าเขาจะไม่กินรสเดียวกับเรา" 
 "
 สูตรแท้ ๆ ของตรีนั้นใส่ซอสมะเขือเทศเข้มข้นและแอบใส่ซอสพริกด้วยเพื่อให้ได้รสเผ็ดเบา ๆ แหม..พูดแล้วหิว ก่อนไปเข้าครัว น้องตรีฝากผลงานละคร  เขยรสข่าพ่อตารสขิง ที่ออกอากาศศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.00 น. ทางช่อง 8 InfinityTV (ดาวเทียม) ดูออนไลน์ได้ที่ http://www.8infinitytv.com/ และฝากละครเรื่อง 'โหมโรง' กำลังถ่ายทำ จะออกอากาศทางช่องไทยพีบีเอส และยังมีภาพยนตร์เรื่อง 'คนโขน' น่าจะลงโรงเร็ว ๆ นี้
 ติดตามฟังเสียงของน้องตรีและพี่หมูหวานได้ที่คลื่นวิทยุ 102 FM เวลา 05.00-06.50 น. และคลื่น FM 90.5 เวลา 14.00-15.00 น. วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2554.
Crcdit : http://www.bangkokbiznews.com/

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

รับลมเย็นริมฝั่งน้ำ ลิ้มรสชาติอาหารไทยแท้

ร้านอาหารบรรยากาศดีๆริมฝั่งน้ำ เป็นสไตล์ของร้านอาหารที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้ทำเลริมน้ำในหลายจุดทั่วกรุงเทพฯรวมถึงต่างจังหวัดถูกเนรมิตเป็นร้านอาหารหลากหลายรูปแบบ แต่คอนเซ็ปต์การออกแบบของแต่ละร้านก็มีความเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป วันนี้ เดลินิวส์ออนไลน์ จะพาทุกคนไปรู้จักร้านอาหารน้องใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านฝั่งธนฯเดอะ เวฟ  ร้านอาหารบรรยากาศสบายๆ แถมยังราคาสบายกระเป๋า“เดอะเวฟ” เป็นร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์น ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ “บรรยากาศดี อาหารอร่อย และตอบสนองของทุกไลฟ์สไตล์”การตกแต่งเน้นโทนสีสันสดใสให้ร้านดูมีมิติของความรื่นเริง สนุกสนาน ดึงดูดสายตาด้วยโทนสีขาว-ฟ้าเรียบง่ายแต่ดูดีมีสไตล์เก๋ๆในหลายจุดให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใต้ท้องทะเล เหมาะสำหรับการมานั่งปาร์ตี้สังสรรค์กับหมู่เพื่อนฝูง หรือจะมาสวีทกับคนรักในมุมส่วนตัวก็ยังได้ ทำให้ “เดอะเวฟ” กลายเป็นทางเลือกใหม่ยอดฮิตของนักกินดื่มย่านฝั่งธนฯและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะเปิดบริการได้แค่เพียงไม่นาน
พอเข้ามาในร้านแล้วจะเห็นว่าร้าน เดอะ เวฟ มีพื้นที่ใช้สอยใหญ่โตมากถ้าเทียบกับร้านอาหารริมน้ำแห่งอื่น เพราะตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดเกือบ 2 ไร่ สามารถรองรับแขกได้ถึง 350 - 400 ที่นั่ง แบ่งเป็นที่นั่งริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และห้องปรับอากาศ โดยมีบริการห้องคาราโอเกะ 5 ห้อง 3 ขนาด คือ ห้องเล็กสำหรับ 4-6 ท่าน 3 ห้อง  ห้องขนาดกลางสำหรับ 12-15 ท่าน 1 ห้อง และขนาดใหญ่สำหรับ 30-35 ท่าน 1 ห้อง และยังมีบริการห้องวีไอพีสำหรับ 10-12 ท่านริมฝั่งน้ำพร้อมห้องน้ำในตัว

ไม่เพียงบรรยากาศดีๆจากที่นั่งริมน้ำที่พร้อมมอบความสุขให้ลูกค้าเท่านั้น ถ้าต้องการใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดประชุม สัมมนา พบปะสังสรรค์ เลี้ยงรุ่น หรืองานแต่งงานที่ “เดอะเวฟ”  ยังสามารถให้บริการเป็นส่วนตัวด้วยห้องโถงกระจกใสสำหรับ 100-120 ท่านได้อีกเช่นกัน  โดยทางเจ้าของร้านเอาใจคนรักเสียงเพลง และลูกค้าทุกคนเต็มที่ โดยเตรียมวงดนตรีเล่นสดหลากหลายสไตล์หมุนเวียนมาสร้างบรรยากาศ และเพิ่มสีสันให้กับการทานอาหารทุกค่ำคืน
ด้านสไตล์ของอาหารเน้นไปที่อาหารไทยสไตล์ดั้งเดิม สอดแทรกอาหารสัญชาติอื่นบางเมนู ปรุงแต่งทุกเมนูอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ถูกปากคนไทย รับรองได้ว่าถ้าท่านชอบรับประทานอาหารไทยแท้ รสจัดจ้าน จะต้องถูกใจแน่ๆ โดยมีเมนูอาหารมีให้เลือกมากมายกว่า 100 รายการ เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า เชฟของร้านจะเป็นคนไปคัดเลือกวัตถุดิบในการประกอบอาหารเอง โดยเฉพาะอาหารทะเลจะคัดเลือกแบบสดๆทุกวันเพื่อให้มั่นใจในความอร่อย
ส่วนเมนูยอดฮิตของร้านเจ้าของร้านแนะนำหลายจานด้วยกันเริ่มจาก หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ผัดฉ่า เมนูอาหารสไตล์เผ็ดร้อนสำหรับคนรักอาหารทะเลและชอบอาหารรสจัด กับหอยแมลงภู่ตัวโตที่เสิร์ฟกันมาให้ทานแน่นจาน ต่อด้วย เนื้อตุ๋นฮ่องกง เนื้อตุ๋นรสเยี่ยมที่ปรุงรสชาติน้ำด้วยสูตรของทางร้าน รับรองความอร่อยได้เป็นอย่างดีเพราะเห็นเกือบทุกโต๊ะต้องสั่งเมนูนี้มาทาน
คนรักชอบทานปลาไม่ต้องน้อยใจเพราะที่นี่มีเมนูอาหารจากปลาหลากหลายชนิดให้เลือกสรร แต่จานเด็ดยอดฮิตคงต้องยกให้ ปลาทับทิมยำสมุนไพร เมนูปลาจานเด็ดที่ทั้งรสชาติอร่อยถูกปาก และรักษาสุขภาพไปในตัว หรือถ้าต้องการอาหารที่มาทานคู่กับเครื่องดื่มแนะนำให้สั่ง ปลาหมึกผัดไข่เค็ม สไตล์ต้นตำรับที่ทางร้านพิถีพิถันสร้างสรรค์รสชาติเพื่อเอาใจนักดื่ม และอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตที่ลืมไม่ได้คือลาบไก่ทอด เมนูสร้างสรรค์ที่ปรุงแต่งรสชาติของลาบมาเป็นอาหารทอด แต่ยังไม่ทิ้งความเผ็ดร้อนสไตล์ดั้งเดิม

นอกจากนี้ยังมีอาหารไทยรสจัดแบบดั้งเดิมไว้คอยเอาใจลูกค้าอีกมากมาย เช่น กบผัดเผ็ด แกงเผ็ดเป็ดย่าง ไก่เผ็ดผัดเม็ดมะม่วงหิมพาน ออส่วน ต้มยำกุ้งแม่น้ำ ฯลฯ ใครที่กำลังมองหารร้านอาหารบรรยากาศริมน้ำ สำหรับเลี้ยงสังสรรค์ หรือทานอาหารกับครอบครัวในราคาสบายกระเป๋า “เดอะ เวฟ” จะเป็นคำตอบที่ทุกคนกำลังตามหาแน่นอน

“เดอะเวฟ” ตั้งอยู่บนถนนราษฏร์บูรณะ (ริมแม่น้ำเจ้าพระยาหลังบิ๊กซีราษฏร์บูรณะ) เปิดบริการตั้งแต่เวลา 11.30 -14.30 น. และ 17.30 - 24.00น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งโทร0 2427 3341 , 08 1372 5535 หรือติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นเด็ดๆ ได้ที่ www.facebook.com/thewavethairestaurant

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

“พายมะพร้าวอ่อน” ไม่มีร้านก็ทำได้

แม้ปัจจุบันจะมีผู้ทำอาชีพ-ทำธุรกิจเกี่ยวกับเบเกอรี่ ขนมปัง เค้ก คุกกี้ จำนวนมาก แต่ตลาดก็ยังมีช่องว่าง ซึ่งขนมประเภทนี้ยังขายได้ ยังเป็นที่นิยมในยุคปัจจุบัน ด้วยความอร่อย ราคาไม่แพง รูปร่างหน้าตาน่ารับประทาน มีให้เลือกหลากหลายชนิด อาทิ ขนมปังหน้า
ต่าง ๆ สารพัดไส้ บราวนี่ เค้ก คุกกี้ พาย ฯลฯ และวันนี้ “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลและสูตรการทำ “พายมะพร้าวอ่อน” จำหน่าย มานำเสนอให้กับผู้กำลังมองหาอาชีพ ได้ลองพิจารณากันดู...
   
นารีรัตน์ สุขุมาลจันทร์ หรือ “ป้าแดง” ซึ่งทำเบเกอรี่ส่งขาย เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของอาชีพนี้ว่า พลิกผันชีวิตตัวเองจากเป็นแม่บ้านดูแลสามีและลูก ๆ อยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม หันมาทำเบเกอรี่ขาย สืบเนื่องเพราะสามีมีอาชีพรับราชการเป็นนายตำรวจ มักมีแขกแวะเวียนมาที่บ้านเป็นประจำ ในฐานะแม่บ้านจึงต้องทำ ต้องสรรหาอาหาร ขนม อาหารว่างอร่อย ๆ ไว้ต้อนรับแขก ซึ่งก็มักจะได้รับคำชมจากแขกเสมอ ๆ ก็มีความสุขทุกครั้ง และส่วนตัวก็สนใจเรื่องการทำอาหารและขนมต่าง ๆ มาตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน พอมีเวลาว่างก็จะศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือและทีวี 
พอสามีย้ายเข้ากรุงเทพฯ คิดว่าโอกาสที่จะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝันมาถึงแล้ว จึงไปลงคอร์สเรียนการทำขนมและเบเกอรี่ หลังจากเรียนการทำขนมในแต่ละครั้งก็จะมาลองฝึกทำต่อที่บ้านเพื่อความชำนาญ แล้วนำไปแจกจ่ายเพื่อนบ้าน ทุกคนชิมแล้วต่างแนะนำให้ทำขาย ก็เห็นด้วย เพราะที่กรุงเทพฯค่าครองชีพสูง ก็อยากมีรายได้เสริมช่วยครอบครัว พอดีสามีมาเสียชีวิตลง ตนเองก็ต้องเป็นเสาหลักแทน จึงมุ่งมั่นทำเบเกอรี่ขายเลี้ยงลูก ๆ มาจนถึงปัจจุบันนี้
    
นารีรัตน์ยังบอกอีกว่า อาจเพราะมีใจรักและพอจะมีฝีมือ แม้ไม่มีหน้าร้านวางขนมขาย แต่อาศัยว่าลูกค้าที่เคยชิมหรือสั่งซื้อขนมไปรับประทาน บอกต่อกันปากต่อปาก ทำให้มียอดสั่งซื้อไม่ขาด บางคนใช้เป็นของฝากของขวัญในเทศกาลต่าง ๆ รวมทั้งมีคนมารับไปขายต่อด้วย และปัจจุบันก็ยังรับสอนโดยคิดแค่ค่าวัตถุดิบเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น
    
อาชีพนี้ อุปกรณ์ที่ใช้ก็เป็นอุปกรณ์สำหรับการทำเบเกอรี่ทั่วไป อาทิ เตาอบ หม้อ ฟอยล์ ช้อนตวง มีด จาน ส้อม ถาด ฯลฯ ส่วนการทำ “พายมะพร้าวอ่อน” สำหรับไส้พาย ส่วนผสมก็มี...เนื้อมะพร้าวอ่อน 83 กรัม, น้ำมะพร้าวอ่อน 500 กรัม, นมข้นจืด 250 กรัม, น้ำตาลทราย 300 กรัม, แป้งข้าวโพด 116 กรัม, เกลือ  ช้อนชา, เนยสด 50 กรัม        
    
ขั้นตอนการทำ “พายมะพร้าวอ่อน” เริ่มต้นจากการทำไส้มะพร้าวอ่อนก่อน โดยนำเนื้อมะพร้าวกับน้ำมะพร้าวใส่หม้อยกขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟอ่อนต้มจนเดือด ใส่น้ำตาลทราย นมข้นจืด และเกลือ ตามลงไป คนให้เข้ากัน ต้มต่อไปสักครู่ แล้วค่อยละลายแป้งข้าวโพดใส่ตามลงไป คนส่วนผสมให้เข้ากัน ใส่เนยสดตามลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย ยกลงตั้งพักไว้ให้เย็น
    
ต่อไปเป็นขั้นตอนการทำตัวแป้ง ส่วนผสมก็มี แป้งสาลีอเนกประสงค์ 400 กรัม, เนยสด 100 กรัม, น้ำเย็น 50 กรัม วิธีทำเริ่มจากนำแป้งลงผสมกับเนยสดในกะละมัง ใช้มือนวดส่วนผสมให้เข้ากัน ค่อย ๆ เทน้ำเย็นใส่ตามลงไปทีละน้อย นวดไปเรื่อย ๆ ให้ส่วนผสมแป้งเข้ากันดี ตั้งพักไว้ประมาณ 10-15 นาที
    
นำแป้งที่ผสมดีแล้วมาแบ่งออกเป็น 4 ส่วน นำแต่ละส่วนมาปั้นให้เป็นก้อนกลม ๆ ใช้ไม้นวดแป้งมาคลึงรีดให้เป็นแผ่นใหญ่ ๆ ให้มีความบางประมาณ  ซม. จากนั้นให้นำแป้งที่ได้ใส่จานพาย ตัดขอบให้กลมเท่าจาน ใช้ส้อมจิ้มแป้งพายให้ทั่ว ตักไส้มะพร้าวอ่อนที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในตัวแป้งให้สูงประมาณ  ของพาย
    
จากนั้นนำก้อนแป้งมาคลึง รีดเป็นแผ่น วางปิดหน้าพาย ตัดขอบให้กลมตามขนาดจานพาย แล้วกดขอบแป้งให้ติดกัน ทำจีบรอบจานให้สวยงาม แล้วใช้กรรไกรหรือส้อมเจาะรูให้เป็นรูปหรือลวดลายที่สวยงามเพื่อใช้เป็นช่องของไอน้ำที่ระเหยออกจากพิมพ์ นำเข้าเตาอบ อบด้วยอุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮต์ ใช้เวลาอบประมาณ 12-15 นาที หรือจนกระทั่งสุก นำออกมาจากเตา ตั้งพักไว้ให้เย็น
    
นารีรัตน์บอกว่า “พายมะพร้าวอ่อน” ที่ทำนี้สามารถเก็บโดยแช่ตู้เย็น เก็บไว้ได้นานเป็นระยะเวลา 3 วัน โดยไม่เสียรสชาติ และจากสูตรที่ว่ามาสามารถทำพายมะพร้าวอ่อนได้ 2 ถาด ราคาขายพายมะพร้าวอ่อน ถาดละ 55 บาท (ตัดแบ่งได้ 8 ชิ้น)     
    
สนใจ “พายมะพร้าวอ่อน” เจ้านี้ ต้องการสั่งซื้อ ต้องการซื้อไป จำหน่ายต่อ หรือต้องการเรียนการทำเบเกอรี่กับนารีรัตน์ ติดต่อได้ที่ โทร. 08-9514-2174 ซึ่งการทำเบเกอรี่ขายนั้น แม้ไม่มีหน้าร้านก็สามารถทำได้ ด้วยวิธีรับสั่งทำ.
คู่มือลงทุน...พายมะพร้าวอ่อน
ทุนเบื้องต้น    ประมาณ 30,000  บาท

ทุนวัตถุดิบ    ไม่เกิน 60% ของราคา

รายได้    ราคาถาดละ 55 บาท

แรงงาน    1 คนขึ้นไป

ตลาด    ขายเอง ขายส่ง รับสั่งทำ

จุดน่าสนใจ    ไม่มีหน้าร้านก็ทำขายได้
****

วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

'สาเกเชื่อม' ทำง่ายๆขายไม่ธรรมดา


ขนมไทยผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยมานาน มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมการกินของคนไทยตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน แม้ขนมบางชนิดจะสูญหายไปจากความนิยมแล้ว แต่ขนมไทยประเภทของ “เชื่อม” นั้นยังคงอยู่ ซึ่งการเชื่อมยังเป็นการถนอมอาหารของคนไทยโบราณ สามารถนำผลไม้หลายชนิดมาทำได้อย่างน่าอัศจรรย์ วันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน”  มีสูตรความอร่อยของการเชื่อมผลไม้ที่ชื่อว่า “สาเก” มาแนะนำเป็นแนวทางอาชีพ การขาย “สาเกเชื่อม” .....  
                     
อัญชลี จันทอง หรือ “ป้าแดง” เจ้าของร้านขนมเชื่อมและขนมไทยโบราณ ที่ตลาดน้ำบางคล้า   อ.บางคล้า  จ.ฉะเชิงเทรา เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพค้าขายมานานมากแล้ว โดยก่อนหน้านั้นได้ขายของมาหลายอย่าง เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าฮวย ขายตอนเช้า ๆ  และเปลี่ยนมาทำขนมไทยและของเชื่อมขายประมาณ 10 ปีแล้ว เพราะเห็นว่าที่ตลาดบางคล้ายังไม่มีใครขาย ซึ่งก็มีขนมเชื่อมหลายชนิด เช่น สาเกเชื่อม จาวตาลเชื่อม  พุทราจีนเชื่อม   มะตูมเชื่อม  รากบัวเชื่อม  มันเชื่อม  เผือกเชื่อม ฯลฯ แล้วพัฒนาเพิ่มสินค้าขึ้นมาเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับลูกค้า เช่น แปะก๊วย- มะพร้าวอ่อน, ขนมจ้าง, บ๊ะจ่าง, ขนมเทียนแก้ว  แต่ที่ขายดีที่สุดของร้านก็คือ “สาเกเชื่อม” และจาวตาลเชื่อม
   
“โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบทำขนมและชอบทานพวกเผือก มัน สาเก จาวตาล ฟักทอง อยู่แล้ว เลยอาศัยความชอบและใจรักในการทำขนมมาเป็นแรงบันดาลใจให้ลงมือทำขายเป็นอาชีพ ความรู้ก็ไม่ได้ไปเรียนวิธีการทำจากที่ไหน แต่อาศัยวิธีสังเกตคนรอบตัวที่ทำเป็น และนำมาลองผิดลองถูกด้วยตัวเองหลาย ๆ ครั้ง ทำเองชิมเองจนทุกอย่างลงตัว ก่อนจะนำแจกจ่ายให้คนรอบข้างลองชิม ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะได้รับคำชมจากทุกคน จากนั้นจึงกล้าทำขาย ยึดหลักทำแบบกินกันในบ้าน เน้นคุณภาพ”    
   
ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ ทำให้ป้าแดงสามารถทำขนมเชื่อมขายเป็นอาชีพสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวมาจนถึงปัจจุบันนี้ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นวัยกลางคนและผู้สูงอายุ เพราะของพวกนี้เป็นของที่ทานมาตั้งแต่โบราณ แต่เด็กสมัยใหม่ไม่ค่อยรู้จักกันแล้ว จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ป้าแดงอยากขายของพวกนี้ให้คนรุ่นใหม่รับประทานกันมากขึ้น
   
อุปกรณ์หลักที่ใช้ในการทำ “สาเกเชื่อม” นั้น ก็มี กระทะทอง, เตาแก๊ส หรือเตาถ่าน, กะละมัง, หม้อสเตนเลสขนาดใหญ่, ถาด, ทัพพี, เขียง, ผ้าขาวบาง และเครื่องไม้เครื่องมืออื่น ๆ ให้หยิบยืมเอาจากในครัวได้วัตถุดิบ ก็ใช้... สาเก พันธุ์ข้าวเหนียว, น้ำตาลทราย, น้ำมะนาว, น้ำปูนใส, กะทิ, แป้งข้าวเจ้า, เกลือ, ใบเตย

ขั้นตอนการทำ  “สาเกเชื่อม” ก่อนอื่นต้องเริ่มจากการเลือกสาเกที่ไม่อ่อนและไม่แก่จนเกินไป เมื่อได้สาเกขนาดเหมาะที่ต้องการ นำผลสาเกมาผ่าตามความยาวของผล ให้ได้ 4  ซีก  คว้านเอาไส้หรือแกนกลางออกทิ้ง ปอกเปลือกออกให้หมด เอาน้ำมะนาวมาทาผิวสาเกที่เป็นสีเขียวให้ทั่ว เพื่อไม่ให้เนื้อสาเกดำเวลาเชื่อม เสร็จแล้วจับสาเกแต่ละซีกคว่ำลง  แล้วหั่นขวางผลเป็นชิ้น ๆ หนาประมาณ 1 นิ้ว นำชิ้นสาเกที่หั่นเตรียมไว้ไปแช่ในน้ำปูนใส ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง (เวลาเชื่อมจะได้ไม่เละ)  ล้างน้ำสะอาด แล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ต่อไปก็เป็นขั้นตอนการเชื่อม นำน้ำสะอาดใส่กระทะทอง ตามด้วยน้ำตาลทราย เกลือนิดหน่อย  ใบเตยหั่น ยกขึ้นตั้งไฟ พอเดือดยกลงมากรองด้วยผ้าขาวบาง เสร็จแล้วนำน้ำเชื่อมที่ได้เทใส่กลับกระทะทองใบเดิม  ยกขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง ใส่สาเกลงไปต้มด้วยไฟอ่อน ๆ เคี่ยวไปเรื่อย ๆ (ขั้นตอนนี้จะใช้เวลานานหน่อย) ระหว่างเคี่ยวต้องหมั่นช้อนฟองทิ้ง เคี่ยวไปจนน้ำเชื่อมซึมเข้าเนื้อสาเก และน้ำเชื่อมงวดต้องให้น้ำเชื่อมชุ่มเนื้อสาเก หมั่นใช้ทัพพีตักน้ำเชื่อมราดหรือคอยกลับข้างชิ้นสาเกให้แช่น้ำเชื่อมอย่างทั่วถึง เมื่อเชื่อมสาเกได้ที่ดีแล้วยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น สาเกเชื่อมจะมีความอิ่มตัวตลอด เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย สาเกเชื่อมที่ได้จะมีลักษณะใสเป็นเงาน่ารับประทาน เก็บไว้ในตู้เย็นจะอยู่ได้เป็นสัปดาห์ นำออกมาอุ่นรับประทานร้อน ๆ ก็ได้
   
เทคนิคในการเชื่อมสาเก ป้าแดงบอกว่า การเชื่อมต้องใจเย็น และพิถีพิถัน เพื่อให้น้ำเชื่อมซึมซับเข้าไปในเนื้อ ทำให้มีความเหนียว  นุ่ม อร่อย มีความหอมโดยธรรมชาติ และวัตถุดิบที่ใช้ต้องใหม่ คุณภาพดี   
   
ราคาขาย “สาเกเชื่อม”  ถุงเล็ก 4 ชิ้น ราคา 30 บาท ถุงใหญ่ ครึ่งกิโลกรัม ราคา 70  บาท                            
   
สนใจขนมไทย สนใจ “สาเกเชื่อม” ของป้าแดง วันธรรมดาจะขายอยู่ที่ตลาดบางคล้า ใกล้ร้านเซเว่นฯ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะขายอยู่ที่ตลาดน้ำบางคล้า เบอร์ติดต่อป้าแดงคือ โทร. 08-3828-9387, 08-6892-8398 ซึ่งอาชีพนี้ก็ยังสามารถทำขายตามที่ลูกค้าสั่งเพื่อนำไปใช้ในงานเทศกาล งานบุญ งานมงคลต่าง ๆ ได้ด้วย.
เชาวลี ชุมขำ/จิตสุภา เรืองประเสริฐ

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

ผัดถั่วงอกเลือดหมู

สวรรค์ในครัว
เขียง มะขาม


อาหารบางอย่างกินมาตั้งแต่เด็กจนโต นึกว่าทำง่ายๆ จะทำกินเมื่อไหร่ก็ได้

พอลองลงมือทำเองถึงได้ซาบซึ้งว่า

ไอ้หนูเอ๋ย เอ็งเข้าใจอะไรผิดมาตลอด

อย่างผัดถั่วงอกเลือดหมู หรือผัดเลือด หมูถั่วงอก แล้วแต่จะชอบเรียกอย่างไหนนี่ก็เหมือนกัน

สมัยก่อน เช้าๆ วันเสาร์หรืออาทิตย์ ช่วงที่พ่อกับแม่ยังเช่าบ้านอยู่ที่ซอยลาซาล-แบริ่ง

ถ้าเกิดมีใครเสนอความคิดขึ้นมาว่าวันนี้อยากกินผัดถั่วงอกเลือดหมูละก็

ต้องมีคนอาสาปั่นจักรยานไปซื้อของที่ตลาดสำโรงในบัดนั้น

ของกลับมาถึงบ้านไม่กี่อึดใจ แม่ก็ผัดขึ้นตั้งบนโต๊ะ กลิ่นหอมฉุย กินกับข้าวร้อนๆ เท่าไหร่ก็ไม่เบื่
ต้องมีคนอาสาปั่นจักรยานไปซื้อของที่ตลาดสำโรงในบัดนั้น

ของกลับมาถึงบ้านไม่กี่อึดใจ แม่ก็ผัดขึ้นตั้งบนโต๊ะ กลิ่นหอมฉุย กินกับข้าวร้อนๆ เท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ
พอโตขึ้นมาอีกหน่อย ก็ตักผัดถั่วงอกเลือดหมูราดข้าว แล้วเอาน้ำพริกกะปิราดซ้ำลงไปอีกที ให้มีรสอื่นเพิ่มขึ้นอีก

อร่อยไปอีกแบบ

แต่งงานแล้ว มาพึ่งบารมี (และฝีมือ) คุณแม่ยาย ก็ได้กินผัดถั่วงอกเลือดหมูรสเดียวกันกับที่แม่เคยทำเปี๊ยบ

ก็ยังไม่นึกอยากจะลงมือเอง จนกระทั่งคุณยายผัดให้กินอีกเมื่อไม่กี่วันก่อน

กินเช้าเสร็จ หิ้วใส่ปิ่นโตมากินเที่ยงที่ที่ทำงานอีก

ตามประสาพวกย้ำคิดย้ำทำ(ฮา)

แล้วก็นึกได้ว่าที่ผ่านมาคิดเอาเองทั้งนั้นว่าผัดถั่วงอกทำยังไง ไม่เคยถามผู้ลงมือปฏิบัติเลย

ว่าแล้วก็ไปปะเหลาะถามคุณแม่ยายว่าขั้นตอนก่อนจะมาเป็นจานๆ วางบนโต๊ะนี่ต้องทำยังไงบ้าง

ฟังแล้วก็เอ๋อไปเลย

สูตรคุณแม่ยายมีอย่างนี้ครับ

เริ่มต้นจากเลือดหมู จะให้หมดคาว ซื้อมาแล้วหั่นเป็น ชิ้นใหญ่ๆ เอาไปลวกน้ำเดือดสัก 3 รอบ

ตั้งกระทะ ไฟกลาง ใส่น้ำมันลงไปพองาม พอน้ำมันเริ่มร้อน เอาเลือดหมูของเราลงไปทอด หรือจะให้ถูกต้องเรียกว่าคั่วแบบมีน้ำมัน

พอเกรียมๆ แล้วตักขึ้นมาพักไว้

ถ้ากลัวอ้วน กลัวโรคหัวใจ จะช้อนน้ำมันออกมาบ้างก็ได้ แล้วเอากระเทียมที่สับๆ เตรียมไว้ลงไปผัดฉี่ฉ่า

พอกระเทียมหอมดีก็โยนถั่วงอกที่ล้างน้ำ เด็ดหาง และดึงปลอกดำที่หัวแล้ว ใส่กระทะลงไป

เร่งไฟแรง ผัดเร็วๆ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว หรือถ้าชอบหวานก็ตัดน้ำตาลลงไปนิดเดียวพอ

ก่อนถั่วงอกสลดเอาเลือดหมูที่พักไว้ลง ไปผัดรวม

ตามด้วยต้นหอมที่หั่นไว้เป็นชิ้นๆ ยาวประมาณ 1 นิ้ว

เคล้าให้เข้ากันดี แล้วรีบตักขึ้น

ถ้าทำได้เร็วๆ ถั่วงอกของเราจะยังไม่นิ่มปวกเปียก แต่สด หวาน กรอบ

กินกับเลือดหมูที่มีกลิ่นหอมเพราะทอดมาเกรียมๆ

บอกแล้วว่าเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ

ถูกดี มีประโยชน์ อร่อยด้วย

กินไปก็รำลึกความหลังไปด้วย

อร่อยขึ้นไปใหญ่


ขอบคุณพิเศษ นสพ ข่าวสด http://www.khaosod.co.th/

ส้มตำร้านเจ้น้อย แซบหลายที่เมืองเลย

อําเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เจ้าของงานประเพณี "การละเล่นผีตาโขน" ในเดือนมิถุนายนของทุกปี เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับประเทศอีกแห่ง

ใครไปเที่ยวคงต้องหาของกินอร่อยๆ เช่นกัน โดยเฉพาะเมนูภาคอีสานยอดฮิตอย่าง "ส้มตำ"

ร้านส้มตำเจ้น้อย อยู่บ้านเลขที่ 317 บริเวณตลาดสดเทศบาลด่านซ้าย

นางภณิฐา หล้าแหล่ง เล่าว่า แต่ก่อนมีอาชีพขายผ้าแต่ขายไม่ดีก็เลยเลิก ไม่รู้จะทำอะไรก็มาลองปิ้งไก่ (ตูดไก่) ขายอยู่ที่หน้าห้องสมุด หน้าที่วˆาการอำเภอดˆานซ้าย ซึ่งเขามีแผงลอยขายส้มตำอยู่ก่อนแล้ว ขายได้สักพักปรากฏว่าคนที่ขายส้มตำอยู่สอบครูได้ เขาก็เลยโอนกิจการให้ทำต่อ

เดิมขายที่หน้าห้องสมุด 2 ปี ก็ย้ายมาขายที่ตลาดของเทศบาลอีก 2 ปี จึงมาเปิดเป็นร้านขายซึ่งเป็นคูหาห้องเดียวเล็กๆ อยู่ที่นี่มา 6 ปีแล้ว ตั้งชื่อว่า ร้านเจ้น้อย



























ส้มตำของทางร้านมีให้เลือก 12 ชนิด ทั้งตำไทยและตำลาว เน้นรสชาติเข้มข้นถูกใจลูกค้า เช่น ส้มตำปูปลาร้า ส้มตำหน้าผักสะทอน ซึ่งน้ำผักสะทอนทำมาจากต้นผักสะทอนที่รสเค็มและอร่อย เป็นที่นิยมบริโภคของอำเภอด่านซ้าย ตามด้วย ส้มตำไทย ส้มตำผัก ส้มตำปู ส้มตำชัวะ ส้มตำไทยปู ส้มตำแตงกวา ส้มตำไทยไข่เค็ม ส้มตำแตงไข่ ส้มตำโคราช และส้มตำแครอต พ่วงด้วยปลาดุกย่างและหมูย่าง

การที่มาทำส้มตำแปลกๆ ก็เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่หลากหลาย อย่างตำไทยไข่เค็มที่ไปเห็นมา เขาจะตำไข่เค็มจนละเอียดใส่ในส้มตำดูไม่สวย เราก็มาปรับรูปแบบหั่นเป็นรูปสี่เหลี่ยมคล้ายลูกเต๋าโรยหน้า จึงดูน่ากิน

สำหรับส้มตำผัก ก็จะเป็นผักพื้น บ้าน เช่น ผักกูด ผักก้านจอง หรือตาลปัตรฤๅษี ผักตำลึง ใช้แทนเส้นมะละกอ แล้วใส่เส้นแครอตเข้าไป ให้แลดูสวยงามน่ากิน ส่วนส้มตำใส่น้ำผักสะทอน คนด่านซ้ายและคนเมืองเลยชอบ แต่ถ้ามาจากที่อื่นอาจไม่ชอบ

วัตถุดิบหลักที่ใช้ ได้แก่ มะละกอ มะเขือเครือ (มะเขือเทศพื้นบ้าน) ปลาร้า ที่ต้มสุกแล้ว น้ำผักสะทอน ถั่วลิสง โดยถั่วลิสงเราจะเอามาคั่วเอง ถ้าซื้อมาอาจมีเชื้อรา มีกลิ่น ด้านปูก็เป็นปูนาตัวเล็ก บ้านเราเรียกกันว่าปูขี้ไก่ โดยซื้อจากชาวบ้านที่เขาหามาให้ เอามานึ่งให้สุก ใส่ในส้มตำแล้วแต่คนชอบ

ทางร้านเรายังบริการจัดเป็นส้มตำถุงขาย ซึ่งส้มตำถุงนั้นจะไม่ตำ แต่จะจัดเครื่องปรุงให้ครบ คนที่ซื้อไปต้องไปตำเอง ซึ่งรสชาติไม่แตกต่างจากที่ทางร้านทำ โดยเครื่องปรุงนั้นจะเก็บได้หลายวัน โดยใส่ตู้เย็นเอาไว้ แต่เส้นมะละกอเป็นมะละกอสด ถ้าเดินทางไกลจะเอาใส่กล่องโฟมให้ ส่วนมากที่เอาไปไกลๆ เช่น ไปกรุงเทพฯ หรือจังหวัดต่างๆ เขาจะเอาแต่เครื่องปรุงเส้นมะละกอเขาจะหาเอาข้างหน้า

สำหรับน้ำผักสะทอน มะเขือเครือพื้นบ้าน ซึ่งที่อื่นไม่มี ถ้าลูกค้าอยู่ในตัวจังหวัดเลย จะตำสำเร็จรูปไปได้เลย รสชาติไม่จืด หรือต้องการเป็นชุดเราก็จัดให้ ราคาก็คิดถุงละ 20 บาทเท่าที่เราตำขาย ถ้าเขาโทร.มาสั่งครั้งละ 30-40 ชุด เช่นที่พิษณุโลก เพชรบูรณ์ หรือกรุงเทพฯ ก็จะแพ็กใส่กล่องโฟมส่งรถทัวร์ไปให้ แล้วโทร.แจ้งให้เขาทราบ

ร้านเปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น หากจะโทร.สั่งจองเป็นถุง ติดต่อที่หมาย เลขโทร.08-0782-8377
ขอบคุณพิเศษ นสพ ข่าวสด http://www.khaosod.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

แกงส้มชะอมไข่ กุ้งสด รสจัดจ้าน-ร้าน'ครัวลำพู'

อิ่มอร่อย
แกงส้ม อาหารพื้นบ้านที่คุ้นลิ้นคนไทย เป็นหนึ่งในเมนูอาหารประจำวัน มีให้กินกันทุกภาค

แต่ละภาคก็จะมีการปรุงแต่งรสชาติที่แตกต่างกันเล็กน้อย

ร้านครัวลำพู ต.บางเลน อ.เมือง จ.นนท บุรี ดึงเอาจุดเด่นของแกงส้ม อาหารพื้นบ้าน มาเป็นเมนูหลักเรียกลูกค้า

คุณหงิม ภาสกร กลิ่นช้าง เจ้าของร้านครัวลำพู กล่าวว่า ทางร้านเปิดให้บริการมากว่า 3 ปี เน้นอาหารพื้นบ้านภาคกลาง ที่มีให้เลือกมากกว่า 100 รายการ

"แกงส้มชะอมไข่ กุ้งสด" เป็นอาหารจานที่ลูกค้าสั่งกันทุกโต๊ะ

ความอร่อยอยู่ที่พริกแกงส้มที่รสชาติจัดจ้านเข้มข้น หอมเครื่องพริกแกง

ทางร้านตำเครื่องแกงส้ม สูตรดั้งเดิมที่ได้สืบทอดมาจากรุ่นคุณยาย สดใหม่ทุกวัน ด้วยความเข้มข้นของน้ำแกง และชะอมชุบไข่ทอดกรอบหั่นชิ้นพอดีคำ และกุ้งแม่น้ำสดๆ ตัวใหญ่ พร้อมกับการปรุงรสชาติอาหารแบบไม่กั๊กเครื่องปรุง

จึงทำให้อาหารเมนูนี้เป็นที่ยอมรับของลูกค้า กินกับข้าวสวยร้อนๆ สักจานเข้ากันพอดี

ทางร้านเสิร์ฟเป็นหม้อไฟ 1 หม้อ กินได้ 4-5 คน สนนราคาหม้อละ 199 บาท 

เมนูอาหารปลาที่ขึ้นชื่อของร้าน ปลากะพงทอดน้ำปลา ที่ได้คัดปลากะพงน้ำหนักเฉลี่ย 7-8 ขีดต่อตัว เป็นขนาดที่กำลังกินไม่เล็กและใหญ่จนเกินไป นำมาสดๆ หากมีลูกค้าสั่งจึงได้นำมาประกอบอาหาร ทำให้ได้ความสดหวานของเนื้อปลา ทางร้านผ่าครึ่งตัวปลาแล้วชุบแป้งเล็กน้อย ทอดด้วยน้ำมันที่ร้อนจัด จนสุกกรอบทั่วทั้งตัว หลังจากนั้นนำน้ำปลามาผัดกับน้ำมันใส่เครื่องปรุงตามสูตร เสร็จแล้วนำมาราดบนตัวปลาให้ทั่ว กินคู่กับน้ำยำสามรสสูตรทางร้าน เนื้อปลาจะกรอบนอกนุ่มใน 1 ตัว กินได้ 3-4 คน ราคาตัวละ 220 บาท

หากลูกค้าที่ชอบอาหารแบบเผ็ดร้อนทางร้านมี "ทะเลผัดฉ่า" เข้มข้นด้วยเครื่องปรุงรสและผักสมุนไพร ที่เผ็ด ร้อน อย่างข่าซอย พริกไทยสด ใบมะกรูด กระเทียม ใบโหระพา พริกขี้หนูสวน และพริกชี้ฟ้าสีแดงซอย ผัดกับกุ้งสด เนื้อปลากะพงสด ปลาหมึกสด ปรุงรสชาติตามสูตรของทางร้านที่ปรุงรสแบบบ้านๆ 1 จาน กินได้ 3-4 คน ราคาจานละ 119 บาท

"ยำเมี่ยงตะไคร้" ออร์เดิร์ฟของทางร้าน กินคู่กับใบชะพลู โดยยำจะมีตะไคร้ซอยฝอย กุ้งแห้งคั่ว หมูแผ่นทอด หมูหยอง ถั่วลิสงคั่ว และเพิ่มความเผ็ดร้อนด้วยพริกขี้หนูสวนซอย ยำรวม กันปรุงรสด้วยน้ำมะนาวแท้ น้ำตาลและเกลือเล็กน้อย กินคู่กับใบชะพลู 1 ชุด กินได้ 4-5 คน ราคาชุดละ 99 บาท

ออส่วนหอยนางรมกระทะร้อน ทางร้านเน้นแป้งทอดออส่วนที่กรอบนอกนุ่มใน โดยส่วนผสมของแป้งทางร้านปรุงขึ้นมาเอง ทำให้รสชาติกลมกล่อม กินคู่กับซอสพริก 1 กระทะกินได้ 2-3 คน ราคา 129 บาท

"ต้มซูเปอร์ขาไก่หม้อไฟ" เป็นเมนูรส ชาติจัดจ้านจี๊ดจ๊าดอีกเมนูหนึ่ง ที่ต้มขาไก่ ข้อไก่จนเปื่อยลˆอน ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา พริกขี้หนูสวนบุบ เสิร์ฟหม้อไฟร้อนๆ เพิ่มความอร่อยให้กับเมนูนี้ยิ่งขึ้น 1 หม้อ กินได้ 4-5 คน ราคาหม้อละ 159 บาท

นอกจากนี้ ทางร้านยังมีอาหารให้ได้เลือกกินอีกมาก เช่น ส้มตำปูม้า เนื้อปลากะพงทอดกรอบผัดเผ็ด ปลาหมึกผัดผงกะหรี่ ปลาช่อนผัดเขียวหวาน ฯลฯ

คุณภาสกร เผยถึงเคล็ดลับความอร่อยของอาหารที่ร้าน ว่านอกจากความสดใหม่ของอาหารและสูตรอาหารที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านแล้วความใส่ใจในผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญ อย่างเช่น น้ำมันที่ใช้ในการทอดปลาหรือทอดเนื้ออื่นๆ จะแยกอย่างชัดเจนที่สำคัญใช้น้ำมันไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพของลูกค้าและได้ความสดใหม่ของอาหารที่ร้านด้วย

ร้านเปิดให้บริการจันทร์-อาทิตย์ และปิดทุกวันที่ 1 และวันที่ 16 ของเดือน ตั้งแต่ 11.00-24.00 น. สอบถามเส้นทางได้ที่ โทร. 08-5162-9669



Credit : http://www.khaosod.co.th/

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2554

แกงส้มตาปลาทูน่า ถึงรส-ร้าน'ริมเล-บ่อแร่'

อิ่มอร่อย
ช่วงปิดเทอมของเด็กๆ ตอนนี้ตรงกับช่วงหน้าร้อนมาเยือน

ภูเก็ต เป็นจุดหมายของการเดินทางท่องเที่ยวทะเลอันดับต้นๆ ทั้งของคนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งเมื่อไปเที่ยวทะเลทั้งทีก็ต้องหาอะไรกินอร่อยๆ ให้ทริปการเที่ยวสมบูรณ์แบบ

ร้าน "ริมเล-บ่อแร่" มีบรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติริมทะเล อยู่ถนนสายนาร้างบ่อแร่ติดทะเลปากคลองมุดงฝั่งวิชิต บริการอาหารทะเลสดๆ รสชาติอร่อย

นิมิตร (โกกี่) เอกวานิช เจ้าของ และมี วารุณี (กุ้ง) งานทัศนานุกูล ผู้จัดการ การันตีว่าไม่แพงอย่างที่คิด บรรยากาศของร้านมีความเป็นธรรมชาติโดยเฉพาะช่วงยามเย็นเป็นจุดชมตะวันรอนยามอัสดงที่งดงามอีกแห่งของภูเก็ต

ทางร้านมีเมนูเด็ด ได้แก่ "แกงส้มตาปลาทูน่า" ได้รับความนิยมจากลูกค้า และมีประโยชน์กับสุขภาพ โดยเลือกตาปลาทูน่ามาแกงส้มกับพริกแกงส้มสูตรภูเก็ต ครบรสทั้งเผ็ด ทั้งเปรี้ยว นอกจากตาปลากลมโตแล้ว เนื้อข้างแก้มที่เหนียวนิดๆ เคี้ยวได้อารมณ์ดีนักแล โดยเฉพาะเมื่อกินกับข้าวสวยร้อนๆ เรียกเหงื่อที่สำคัญเมนูเด็ดจานนี้ถือเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในภูเก็ต

เมนูต่อมา "ปลาตาเดียวราดพริกสูตรโบราณ" รสชาติหวานอร่อย หอมเครื่องสมุนไพร และตัวปลายังอุดมด้วยโอเมก้า 3

ด้าน "ยำแปดกรอบ" ประกอบด้วยวัตถุดิบ 8 อย่างสมชื่อ ได้แก่ กุ้งเสียบ หมึกแว่น กระเพาะปลา เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เผือกทอด หนังไก่ ถั่ว และปลาฉิ้งฉ้าง

"น้ำพริกปลาข้าวสาร" เป็นเมนูอาหารที่ให้แคลเซียมสูง กินกับผักเคียงสดๆ ปลอดสารพิษ ซึ่งทางร้านปลูกเอง รับประกันความสดและความปลอดภัย

"ทอดมันปลา" ถือเป็นสูตรพิเศษของร้านริมเลบ่อแร่โดยเฉพาะผสมผสานของทอดมันสูตรโบราณที่รสชาติกลมกล่อม เนื้อปลากล้วยมาขูดเอาเฉพาะส่วนเนื้อล้วนๆ ผสมเกลือเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความเหนียวในการนวดปลา จากนั้นตำพริกแกงผสมแป้งผงฟู ไข่ไก่ เมื่อคนจนเข้าที่แล้ว ผสมใบมะกรูดเพื่อขึ้นรูป เสร็จแล้ว ทอดจนเหลือง กรอบนอกนุ่มใน เนื้อปลาเหนียวนุ่ม รสชาติเผ็ดเล็กน้อย

เมนูชูสุขภาพยังไม่หมด ยังมี แกงเลียงผัดไข่ และผัดวุ้นเส้น ที่ใช้ผักหวานด้วย ซึ่งจุดเด่นของผักหวานคือมีกินตลอดปี และมาจากสวนของทางร้านเอง

ยามเย็นๆ แดดอ่อนๆ เหมาะอย่างยิ่งที่จะชวนคนรู้ใจสักคนหรือพาครอบครัวไปดื่มด่ำกับบรรยากาศยามอาทิตย์อัสดงริมทะเลคลองมุดง เพื่อสัมผัสกับหาดทรายและสภาพความสมบูรณ์ของป่าชายเลน ป่าโกงกาง ที่ท่านจะพบกับความสงบ เรียบง่าย เป็นกันเองจากเจ้าของร้าน สมดั่งคำขวัญที่คุณกุ้งบอกว่า "เราดูแลลูกค้าเปรียบเสมือนญาติคนหนึ่งของเรา"

"ร้านริมเล-บ่อแร่" จำหน่ายอาหารซีฟู้ดและอาหารพื้นเมืองภูเก็ต เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. พร้อมรับบริการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ หากสนใจแวะไปสัมผัสบรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติและลิ้มรสอาหารอร่อย โทร.ไปสำรองจองโต๊ะได้ที่ 0-7631-5151 มือถือ 08-4054-3431