แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไทยFood;ร้านอาหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไทยFood;ร้านอาหาร แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

“บะหมี่จอมพล” สั่ง หนึ่ง อิ่มถึง สิบ


บะหมี่ชามโต
โชว์ความแปลก



บะหมี่จอมพล คือเมนูเด่นประจำภัตตาคารเชียงการีล่า คิทเช่น ที่เปิดตัวมาถึงวันนี้ราว 8 ปีแล้ว และยังคงครองใจผู้บริโภคได้ด้วยขนาดของชาม คุณภาพวัตถุดิบ และสำคัญคือรสอร่อย


ดังได้เกริ่นบอกไว้แล้วว่า บะหมี่จอมพล คือเมนูเด่นที่ต้องเรียกว่ายังฮิตติดตลาดของภัตตาคารเชียงการีล่า คิทเช่น ซึ่งนิตยสารเส้นทางเศรษฐี ก็เคยนำเสนอเรื่องราวของภัตตาคารแห่งนี้กันมาแล้ว ฉะนั้น ฉบับนี้จึงขอเกริ่นกล่าวแนะนำกันพอหอมปากหอมคอ แล้วค่อยมาเจาะประเด็นกันที่เมนูเด่นประจำร้าน


เชียงการีล่า คิทเช่น คือ ภัตตาคารขนาดเล็กย่อส่วนมาจากภัตตาคารเชียงการีล่า เปิดตัวมาได้กว่า 10 ปีแล้ว โดยจุดมุ่งหมายของการเปิดบริการก็เพื่อขยายฐานลูกค้าลงมาสู่ผู้บริโภคระดับกลางมากขึ้น แต่จะยังคงเสิร์ฟเมนูคุณภาพด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศเช่นภัตตาคารเชียงการีล่า


ฉะนั้น หากต้องการลิ้มรสเมนู หูฉลาม เป๋าฮื้อ กุ้งมังกร กระเพาะปลา เป็ดย่าง แต่มีสตางค์ในกระเป๋าไม่มากนัก ก็สามารถเข้ามาอิ่มอร่อยในภัตตาคารเชียงการีล่า คิทเช่น ได้


“บะหมี่จอมพล” สั่ง หนึ่ง อิ่มถึง สิบ

..............................

คลิกชมภาพและอ่าน....

วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2555

“รำ แซบ หร่อย” อร่อยกลางกรุง

รวมสุดยอดร้านอร่อย 3 ภาคไว้สำหรับคุณผู้อ่านที่หลงใหลอาหารท้องถิ่นแต่ไม่มีเวลาเดินทางไกลไปชิม กันถึงแหล่ง และเพื่อเอาใจคนไกลบ้านพลัดถิ่นที่มาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกรุง รับรองว่าแซบ หร่อย และรำแต้ๆ เหมือนนั่งกินอยู่ที่บ้านเฮาเลย
เฮือนลำพูน
   อาหารเหนือของที่นี่เน้นรสชาติต้นตำรับ เครื่องปรุงส่วนใหญ่สั่งตรงมาจากภาคเหนือ รวมถึงข้าวเหนียวที่เจ้าของร้านยืนยันว่ามีความนิ่มและอร่อยลิ้นต่างจากภาค อื่น ผักบางอย่างก็ปลอดสารพิษเพราะปลูกเอง อาหารแนะนำคือเมนูหากินยากอย่างข้าวกั๊นจิ้น
อาหารแนะนำ : ไก่ทอด ขนมจีนน้ำเงี้ยว ลาบคั่ว น้ำพริกหนุ่ม แกงผักหวานไข่มดแดง
ราคาอาหาร : เริ่มต้นที่ 35-180 บาท (จำพวกปลาทอด)
ที่อยู่ : จากถนนบรมราชชนนี เลี้ยวซ้ายเข้าซอยทุ่งมังกร ตรงไปจนเกือบถึงทางรถไฟ เลี้ยวซ้ายตรงทางแยก ปากทางมีป้าย "ถนนสวนผัก" เข้าไปประมาณ 30 เมตร ร้านอยู่ขวามือ
โทร. : 0-2448-4847 08-1827-2525
สะล้อ ซอ ซึง
   ร้านนี้นอกจากอาหารอร่อยแล้ว ยังตกแต่งอย่างสวยงาม หรูหราราวกับโรงแรมชั้นหนึ่ง ที่ร้านขายทั้งอาหารเหนือและภาคกลาง แต่เพื่อความอร่อยตามแบบฉบับจังหวัดพะเยาอันเป็นบ้านเกิดของเจ้าของร้าน ครัวอาหารเหนือและกลาง รวมทั้งแม่ครัวจึงแยกจากกันอย่างชัดเจน กระซิบนิดหนึ่งว่า…เห็นบรรยากาศดีอย่างนี้ ราคาไม่แพงอย่างที่คิด
อาหารแนะนำ : ตำขนุน ลาบคั่ว แกงผักหวาน น้ำพริกหนุ่ม แหนมซี่โครงหมู แกงฮังเล
ราคาอาหาร : เริ่มต้นที่ 90-280 บาท
ที่อยู่ : บนถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา จากห้างโลตัสให้กลับรถยูเทิร์นที่ 2 ผ่านปั๊มปตท. เข้าซอยโยธินพัฒนาตรงไป 2 กิโลเมตร ซอยเข้าร้านอยู่ขวามือ ปากซอยมีปั๊มบางจาก
โทร.: 0-2515-1073 0-2515-1148 08-6973-5649
กาดหลวง
   อาหารที่ร้านมีรสชาติแบบดั้งเดิมที่ทำกินกันเองในบ้าน มื้อกลางวันเป็นอาหารง่ายๆ อย่างขนมจีนน้ำเงี้ยวและข้าวซอย ส่วนมื้อเย็นบริการอาหารเต็มสูตร ในย่านคลองสามวา-มีนบุรี กาดหลวงถือเป็นร้าน “ฮิป” ที่สุดเลยก็ว่าได้
อาหารแนะนำ : แกงแค แกงโฮะ ยำไก่หัวปลี แกงหน่อไม้เห็ดถอบ แหนมผัดไข่
ราคาอาหาร : เริ่มต้นที่ 60-100 บาท (มื้อกลางวันข้าวซอย 40 บาท ขนมจีนน้ำเงี้ยว 30 บาท)
ที่อยู่ : ถึงรามอินทรากิโลเมตรที่ 8 เลี้ยวเข้าซอยคู้บอน ผ่านวัดคู้บอนให้ลอดใต้ทางยกระดับ เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 500 เมตรจึงเลี้ยวขวา (อย่าวิ่งตรงเลียบทางยกระดับ) ร้านอยู่ขวามือ
โทร. : 0-2510-7579 08-3243-9915
ณ ร้อยเอ็ด
   บรรยากาศร้านที่เป็นบ้านไม้โบราณอายุกว่า 70 ปีก็ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับประทานได้เป็นอย่างดี ไฮไลท์อีกอย่างก็คือมีผักสมุนไพรหากินยากให้ลูกค้าเลือกหยิบได้ไม่อั้น ประหนึ่ง “สลัด บาร์” เลยทีเดียว
อาหารแนะนำ : หมูตกครก แกงอ่อมไก่ ส้มตำ (ตำหอยดอง) น้ำตกหมู คอหมูย่าง
ราคา : เริ่มต้นที่30-80 บาท
ที่อยู่ : ถนนสุโขทัยซอย 5 มาจากถนนสวรรคโลก ซอยอยู่ซ้ายมือ เข้าซอยไปประมาณ 10 เมตร ร้านอยู่ขวามือ
โทร. : 08-0920-9000 08-5898-8790

















คุณอี๊ด
   คุณอี๊ด- ยุวภา บุรณศรี คุณยายวัย 70 ปีเปิดร้านอาหารเหนืออยู่ในซอยท่านผู้หญิงพหลแห่งนี้มา 42 ปีแล้ว คุณยายอี๊ดคิดสูตรอาหารเอง และใส่ใจแม้ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ผักดองก็ดองเอง แถมยังเคยบินไปศึกษาเรื่องผักดองถึงประเทศเกาหลี รวมทั้งมณฑลยูนนาน อันเป็นต้นตำรับของข้าวซอยด้วย
อาหารแนะนำ : ข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี้ยว ตำขนุน แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง
ราคา : ตั้งแต่ 30-170 บาท (จำพวกปลาทอด)
ที่อยู่ :เข้าซอยท่านผู้หญิงพหลไปประมาณ 1 กิโลเมตร ร้านอยู่ซ้ายมือชั้นล่างของเพชรพหลอพาร์ทเม้นท์
โทร. : 08-1802-3342 0-2941-1128
เรือนแม่หลุย
   ทางร้านมีเมนูห้ามพลาดอย่าง แกงเห็ดแครง แกงกะทิสีเหลืองด้วยขมิ้น ใส่กุ้งและสะตอ เห็ดแครงหากินยากเพราะจะขึ้นตรงโคนต้นยางที่ตายแล้วในฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมเท่านั้น ทางร้านจึงต้องกว้านซื้อจากจังหวัดกระบี่มาตากแห้งเก็บไว้ เพื่อปรุงให้ลูกค้าได้กินกันตลอดทั้งปี
อาหารแนะนำ : แกงเห็ดแครง หมูคลุกโคลน แกงเหลือง หมูเต้าหู้ยี้ ยำน้ำบูดูปลาอินทรีย์ทรงเครื่อง
ราคา : 80-350 บาท
ที่อยู่ : ชั้นใต้ดินฟอร์จูนทาวเวอร์ หากไปรถไฟใต้ดินขึ้นสถานีพระราม 9 อีก 2 สาขา อยู่ที่ห้างคาร์ฟูร์ รัชดา และห้างเซ็นทรัล รามอินทรา
โทร. : 0-2642-0343 08-1933-4431
โคขุน ปลาเขื่อน โพนยางคำ
   เนื้อที่นี่เป็นเนื้อโคขุน โพนยางคำ ส่วนปลาเขื่อนเนื้อแน่นและหวานมาจากแพปลาเขื่อนศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เมนูเด็ดคือปลาช่อนรองกระบอก-ปลาช่อนย่างตัวเขื่อง เสิร์ฟในกระบอกไม้ไผ่ ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกระบอกไม้ไผ่ชวนกิน
อาหารแนะนำ : ปลาช่อนรองกระบอก ลาบเห็ดหอม ก้อยหมูคั่ว เสื้อร้องไห้ ส้มตำ
ราคา : เริ่มต้นที่ 35-200 บาท
ที่อยู่ : จากถนนแจ้งวัฒนะข้ามสะพานพระราม 4 เข้าถนนชัยพฤกษ์ ข้ามสะพานข้ามคลองเล็กๆ ไปเล็กน้อย ร้านอยู่ทางขวามือ
โทร. : 08-0257-5528
ครัวเมืองตรัง
   ด้วยแนวคิดว่า “อาหารต้องถูกสุขอนามัยและให้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน” เจ้าของร้านใส่ใจในทุกขั้นตอน นับตั้งแต่วัตถุดิบที่สั่งตรงมาจากภาคใต้ พิถีพิถันอย่างนี้จึงมีลูกค้าแวะเวียนมาชิมอยู่ตลอด
อาหารแนะนำ : แกงเหลืองปลากระพง ปลาทรายทอดขมิ้น ทอดมันกุ้งฝอยใบเล็บครุฑ
ราคา : เริ่มต้นที่ 50-120 บาท
ที่อยู่ : จากถนนวิภาวดีเลี้ยวเข้าหมู่บ้านเมืองเอก-มหาวิทยาลัยรังสิต ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยรัง ตรงเลยวงเวียนไปจะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ
โทร. : 0-2997-9145 08-1515-0605
จัน-ทะ-นี
   ร้านนี้มีอาหารใต้เป็นเมนูชูโรง อย่างแกงไตปลาและน้ำพริกกุ้งเสียบสูตรเฉพาะที่ได้รับความนิยมจนต้องใส่ กระปุกขาย นอกจากนี้ยังมีเมนูพิเศษที่ประยุกต์วัตถุดิบให้น่าสนใจและได้รสชาติที่แตก ต่างเช่น ไข่ปลาช่อนแม่ลา แกงเหลืองปลาแซลมอล คั่วกลิ้งเนื้อนกกระจอกเทศ
อาหารแนะนำ : คั่วกลิ้งหมู น้ำพริกกุ้งเสียบ แกงไตปลา แกงเหลืองยอดมะพร้าว เส้นหมี่แกงปู
ราคา : เริ่มต้นที่ 40-180 บาท
ที่อยู่ : สาขาแรกอยู่ที่ถนนประชานิเวศน์ 1 สาขา 2 อยู่บนถนนประชาชื่นผ่านมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ไป 2 ป้ายรถเมล์ ร้านอยู่ในอาคารวิลล่า มาร์เก็ต หน้าหมู่บ้านแกรนด์ คาแนล
โทร. : 0-2574-4432
บ้านไอซ์
   อาหารที่ภูมิใจนำเสนอคือแกงคั่วปูไข่ใบชะพลู เครื่องแกงของเมนูนี้มีความเข้มข้นมากเป็นพิเศษ เพราะเวลาแกงน้ำปูก็จะออกมาคลายความเข้มข้นของเครื่องแกงให้ได้รสชาติกำลัง ดี ใครที่เชื่อว่าอาหารใต้ต้นตำรับต้องมาจากนครศรีธรรมราช ลองมาชิมอาหารที่ร้านนี้รับรองไม่ผิดหวัง
อาหารแนะนำ : คั่วกลิ้งเนื้อโคขุน แกงไตปลา ปูผัดต้นหอม สะตอกะปิกุ้ง ปลาแดงชุบขมิ้น
ราคา : เริ่มต้นที่ 80-120 บาท
ที่อยู่ : จากถนนวิภาวดี-รังสิต เลี้ยวเข้าถนนประชานิเวศน์ ร้านอยู่ขวามือ ใกล้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยาเยื้องตลาดบองมาเชต์
โทร. : 0-2589-4875 0-2580-5117

Cuisine นิตยสาร Health & Cuisine ปีที่ : 9 ฉบับที่ : 102 เดือน : กรกฎาคม 2552

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ปลาหิมะหมักซอสเทอริยากิซาลซ่ามะม่วงสุก

เครื่องปรุง


-    ตะไคร้หั่นท่อน    1    ต้น

-    ซอสเทอริยากิ    70    กรัม

-    เนยละลายแล้ว    2    ช้อนโต๊ะ

-    ปลาหิมะ    300    กรัม

วิธีทำ
    
1. นำตะไคร้หั่นท่อนมาโขลกให้ละเอียด ใส่ซอสเทอริยากิ เนยละลาย คนให้เข้ากัน
    
2. นำปลาหิมะมาหมักในนํ้าหมักที่ได้ ประมาณ30 นาที
    
3. นำปลาหิมะที่หมักมาใส่ภาชนะสำหรับเข้าในไมโครเวฟ ปิดด้วยพลาสติกแร็พ
    
4. นำเข้าเตาอบไมโครเวฟ ประมาณ 8-10 นาที แล้วแต่ขนาดและน้ำหนักของปลา
    
5. พอสุกตักเสิร์ฟกับซาลซ่ามะม่วงสุก

เครื่องปรุงซาลซ่ามะม่วงสุก

-    มะม่วงสุก    1/4    ถ้วยตวง

-    มะเขือเทศ    1/4    ถ้วยตวง

-    หอมหัวใหญ่สับ    1/4    ถ้วยตวง

-    ผักชีสับ    1/4    ถ้วยตวง

-    กระเทียมสับ    1    ช้อนชา

-    ตะไคร้ซอย    1    ช้อนโต๊ะ

-    เกลือป่น    1/2    ช้อนชา

-    พริกขี้หนูสับ                 ตามต้องการ

-    นํ้ามะนาว                  ตามต้องการ

วิธีทำ
    
ผสมเครื่องปรุงทุกอย่างให้เข้ากันในชามผสมความรู้คู่ครัว
    
คำว่า ซาลซ่า (Salsa) เป็นภาษาสเปน แปลว่า ยำ แต่ยำของสเปนจะแตกต่างกับนํ้ายำทั่วไปของฝรั่ง ซึ่งมีนํ้ามัน แต่ซาลซ่าไม่มีีนํ้ามัน.

**
**
Credit : เข้าครัวกับหมึกแดง http://www.dailynews.co.th/

วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Puritan..สวรรค์ของคนรักเค้ก






























































Credit : http://www.thairath.co.th/content/life/171206

'ปลาหมึกอบน้ำผึ้ง' อีกหนึ่งแปรรูปขายคล่อง

เก็บตกจากงานสื่อมวลชนสัญจร มา’ยอง โอทอป จ.ระยอง ระหว่าง 25-26 มี.ค. ที่ผ่านมา อีกอาชีพที่ทีม ’ช่องทางทำกิน“ เก็บข้อมูลมาให้ลองพิจารณากันคือ การแปรรูปปลาหมึกเป็น ’ปลาหมึกปรุงรส“ แบบต่าง ๆ เป็นอาหารว่างทานเล่นที่หลายคนโปรดปราน และก็เป็นอาชีพที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ทำออกจำหน่ายรายนี้... 
   
มงคล ไตรรัตน์จรัสพร เป็นหัวเรือใหญ่ในการทำ “ปลาหมึกปรุงรส” ขาย โดยใช้ชื่อแบรนด์ เปี๊ยก ปลาหมึก ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อใน ต.บ้านเพ จ.ระยอง โดย เปี๊ยก ปลาหมึก ดำเนินการเป็นวิสาหกิจชุมชนด้านผลิตภัณฑ์แปรรูป ซึ่งชื่อเปี๊ยกก็มาจากชื่อเล่นของหัวเรือใหญ่ผู้ริเริ่มก่อตั้ง ซึ่งเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารทะเลมานานกว่า 30 ปี
    
เปี๊ยก-มงคลเล่าว่า แต่เดิมก็ไม่ได้ทำธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป เคยค้าขายอะไหล่รถยนต์มาก่อน ซึ่งจุดเริ่มต้นของการก้าวมาสู่ธุรกิจทำปลาหมึกแปรรูปคือมีลูกค้าชาวญี่ปุ่นต้องการปลาหมึกแปรรูปจากประเทศไทย เพราะได้มาสำรวจพื้นที่แหล่งผลิตปลาหมึกในประเทศไทย พบว่าที่ย่านบ้านเพมีปลาหมึกที่นำมาแปรรูปแล้วรสชาติดี
    
“ลูกค้าญี่ปุ่นแนะนำให้ทดลองทำปลา หมึกแปรรูปในรูปแบบย่างสุกส่งไป โดยทางญี่ปุ่นบอกว่ายินดีรับซื้อของเราทั้งหมดในช่วงเริ่มต้น พร้อมกับให้คำแนะนำในเรื่องของวิธีการผลิต และแนะนำเครื่องจักรที่จะเข้ามาช่วยในการผลิตด้วย แต่ปัญหาของการส่งออกปลาหมึกแปรรูปไปญี่ปุ่นคือลูกค้าต้องการให้ทุกส่วนอยู่ครบทั้งตัว ทั้งหัว และหนวด ซึ่งถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งขาดหายไป ไม่สมบูรณ์ ราคาก็จะถูกลดลงมาครึ่งหนึ่ง ก็เป็นปัญหาทำให้ขาดทุนในบางลอตที่ส่งไป 
    
ในระยะหลัง ๆ จึงเริ่มหันมาทำปลาหมึกขายในประเทศมากขึ้น ทำปลาหมึกปรุงรสในแบบต่าง ๆ ขายให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวระยอง ภายใต้แบรนด์ เปี๊ยก ปลาหมึก” มงคลกล่าว
    
ปัจจุบันปลาหมึกปรุงรสเจ้านี้ได้พัฒนาสูตรการทำออกมาหลายชนิดหลายแบบ ได้แก่ ปลาหมึกชุบน้ำจิ้ม ปลาหมึกอบน้ำผึ้ง ปลาหมึกอบแห้ง-อบกรอบ ปลาหมึกฝอย ปลาหมึกหยอง ปลาหมึกทอดฉาบน้ำตาล-ฉาบน้ำเชื่อม ซึ่งแต่ละแบบก็ขายดีพอ ๆ กัน โดยการขายก็มีทั้งขายแบบตักและแบบบรรจุซอง
    
มงคลบอกว่า ปลาหมึกที่ใช้ทำปลาหมึกแปรรูป คือ “ปลาหมึกกล้วย” ทุกขนาด คือเล็ก-กลาง-ใหญ่ แต่ที่นำมาแปรรูปมากคือ ขนาดกลางและเล็ก ส่วนขนาดใหญ่ส่วนมากจะเข้าไปอยู่ ในร้านซีฟู้ดมากกว่าที่จะถูกนำมาแปรรูป 
    
สำหรับสูตรปลาหมึกที่จะนำมาฝากกันวันนี้คือ ’ปลาหมึกอบน้ำผึ้ง“ ซึ่งเป็นปลาหมึกที่ขายดีในตลาดนักท่องเที่ยว กรรมวิธีเริ่มที่นำปลาหมึกกล้วยขนาด 4-6 นิ้ว มาผ่า และล้างให้สะอาด จากนั้นนำตากแดด ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในขั้นตอนนี้มีเพียงแค่กะละมัง มีด และตะแกรงตากแห้ง โดยขั้นตอนการตากแดดครั้งแรก ใช้แดด 2 แดด 

จากนั้นนำปลาหมึกมาย่างให้สุก แล้วนำไปบดให้ยืดด้วยเครื่องบด ขั้นต่อไปก็นำไปชุบน้ำจิ้ม แล้วนำไปตากแดดอีกครั้ง โดยครั้งนี้ตากประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วถึงจะนำไปเข้ากระบวนการอบ หรืออบแห้ง-อบกรอบ 

น้ำจิ้มนั้น มงคลบอกว่า ถ้าใช้ปลาหมึก 30 กก. สูตรน้ำจิ้มจะใช้น้ำ 45-50 ลิตร, น้ำตาลทราย 12 กก., น้ำผึ้งขวดขนาด 700 ซีซี 1 ขวด, นมสด 1 กระป๋อง, เนย 200 กรัม, พริก (บด) 500 กรัม, กระเทียม (บด) 250 กรัม เคี่ยวให้เข้ากัน
    
เมื่อตากปลาหมึกครั้งที่ 2 ประมาณ 3 ชั่วโมง ครบตามเวลาแล้ว ก็นำไปเข้ากระบวนการอบ ด้วยความร้อน 100 องศาเซลเซียส ซึ่งจะมีเครื่องอบโดยเฉพาะ โดยขนาดเครื่องที่เจ้านี้ใช้อยู่ราคา 100,000 กว่าบาท  ทั้งนี้ การอบธรรมดาจะใช้เวลา 15 นาที  ถ้าเป็นกระบวนการอบกรอบใช้เวลา 2 ชั่วโมง จากนั้นก็ใส่บรรจุภัณฑ์พร้อมจำหน่าย
    
’ปลาหมึกอบน้ำผึ้ง“ ขายราคา 300 บาท/กก. หาก เป็นแบบอบกรอบ ราคา กก.ละ 600 บาท เพราะการอบกรอบน้ำหนักจะหายไปครึ่งต่อครึ่ง ส่วนต้นทุนวัตถุดิบนั้นหลัก ๆ ก็จะอยู่ที่ราคาปลาหมึก ซึ่งมีขึ้นมีลง โดยหลังจากหักต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมด รวมทั้งหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว จะมีกำไรสุทธิประมาณ 10% ของราคาขาย
        
มงคลบอกอีกว่า ปลาหมึกอบน้ำผึ้ง สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวที่ขายตามร้าน ก็มีวิธีการทำคล้ายกับอบน้ำผึ้งตามที่ว่ามาข้างต้น แต่เปลี่ยนตรงที่สูตรน้ำจิ้ม คือเพิ่มแบะแซลงไปประมาณ 18-20 ลิตร เพื่อให้น้ำจิ้มเหนียวมากขึ้น และอบระยะเวลาสั้นลง คือ 3-5 นาที ก็นำใส่ถุงขาย โดยราคาขายก็ขายราคา กก.ละ 300 บาทเช่นกัน 
   
ใครสนใจเรื่องการแปรรูปปลาหมึก สนใจผลิตภัณฑ์ปลาหมึกแปรรูป ต้องการติดต่อ มงคล ไตรรัตน์จรัสพร หรือ เปี๊ยก ปลาหมึก ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1628-3304 ซึ่ง ’ช่องทางทำกิน“ รายนี้ก็เป็นอีกกรณีศึกษาการ ’นำวัตถุดิบเด่นในพื้นที่มาสร้างอาชีพ“ ได้อย่างน่าสนใจ.

คู่มือลงทุน....ปลาหมึกอบน้ำผึ้ง

ทุนอุปกรณ์    ขึ้นอยู่กับขนาดกิจการ 

ทุนวัตถุดิบ    ไม่เกิน 90% ของราคา

รายได้    ราคา 300 บาท / กก.   

แรงงาน    ขึ้นอยู่กับขนาดกิจการ

ตลาด    ย่านอาหาร, ร้านของฝาก     

จุดน่าสนใจ    มีผู้นิยมรับประทานทั่วไป
ขอบคุณ นสพ เดลินิวส์ http://www.dailynews.co.th/

“กระเบื้องทะเล” เมนูกินเล่นเป็นเงินจริง

“กระเบื้องทะเล” เป็นเมนูอาหารทานเล่น ๆ ที่มักจะอยู่ในเมนูร้านอาหารทั่วไป ซึ่งถ้าจะลองนำมาทำขายเดี่ยว ๆ ก็ได้ และวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” มีสูตรกระเบื้องทะเลอร่อย ๆ ของร้านอาหารริมน้ำชื่อร้าน “ครัวริมนที” มาฝากให้ลองพิจารณากัน และแถมด้วยสูตร “ยำเห็ดเข็มทองกุ้งสด” ที่ใครจะลองทำขายคู่กับกระเบื้องทะเล ก็เข้าที...
   
กบ-อรวรรณ กล่อมเกลี้ยง เป็นเจ้าของร้านครัวริมนที เจ้าตัวเป็นคนที่ชอบทานชอบชิมอาหารหลากหลาย ประกอบกับอยากมีธุรกิจของตนเอง จึงเปิดร้านอาหารที่บ้าน ซึ่งพอจะมีพื้นที่ อีกทั้งยังมีบรรยากาศที่ดี เพราะอยู่ติดริมน้ำ 
    
“ตอนเริ่มเปิดร้านใหม่ ๆ ใช้วิธีวิ่งเข้าหาลูกค้าโดยการแจกใบปลิวโปรโมตร้าน ร้านเรา เป็นร้านไม่ใหญ่ แต่มีบรรยากาศริมน้ำ นั่งสบาย เป็นร้านอาหารไทย มีเมนูหลากหลาย ทั้งไทย จีน อีสาน และยังรับจัดเลี้ยงงานบุญต่าง ๆ ด้วย”
    
สำหรับเมนู “กระเบื้องทะเล” กบบอกว่า ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ลูกค้ามักจะสั่งทาน โดยการทำนั้น วัตถุดิบที่ใช้หลัก ๆ ก็มี... เนื้อกุ้ง, เนื้อปลากราย, มันหมู, แป้งเปาะเปี๊ยะ ส่วนเครื่องปรุงรสก็มี... พริกไทย, เกลือ, น้ำตาล, ซีอิ๊วขาว โดยการที่ผสมเนื้อปลากรายนั้นเพื่อทำให้เนื้อเหนียวนุ่มมากขึ้น ส่วนมันหมูนั้นก็เป็นตัวช่วยทำให้ไม่กระด้างวิธีการทำตามสูตรนั้นเริ่มจาก นำเนื้อกุ้งประมาณ 2 กิโลกรัม เนื้อปลากรายประมาณ 1 กิโลกรัม และมันหมูประมาณ 3 ขีด มาทำการสับหรือปั่นให้ละเอียดก่อน จากนั้นก็นำเนื้อทั้ง 3 อย่างนี้ใส่รวมกันลงในกะละมัง แล้วก็ปรุงรสชาติตามต้องการด้วย พริกไทย เกลือ น้ำตาล และซีอิ๊วขาว เมื่อใส่ทุกอย่างลงผสมกันเรียบ ร้อยแล้วก็ใช้มือนวดโดยต้องใช้แรงค่อนข้างมากหน่อย เพื่อให้เนื้อกุ้ง ปลากราย มันหมู ผสมผสานเข้ากันเป็นเนื้อเดียว และเครื่องปรุงรสซึมผ่านเข้าเนื้อจนทั่ว ทำการนวดไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมเข้ากันดี จนมีความเหนียวเนียนนุ่ม ใช้เวลาประมาณ  1/2 ชั่วโมง ก็พร้อมใช้ 
    
ส่วนผสมนี้สามารถซีลเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรอใช้ได้ประมาณ 2 วัน ไม่ควรเกินจากนี้
    
ต่อไปเป็นการห่อ เมื่อมีส่วนผสมที่พร้อมใช้แล้ว ก็นำแป้งทำเปาะเปี๊ยะแผ่นใหญ่มาหนึ่งแผ่น วางเป็นแผ่นรองด้านล่าง จากนั้นก็ตักส่วนผสมที่นวดไว้มาใส่ลงบนแผ่นแป้งประมาณ 1 ขีด เกลี่ยให้ทั่วแผ่นแป้ง แล้วก็นำแผ่นแป้งอีกแผ่นมาประกบทับลงไป ใช้ปลายมีดตบ ๆ เบา ๆ ให้แน่นติดกัน (ไม่ควรให้เนื้อหนาเกินไปเพราะทอดออกมาแล้วจะไม่กรอบ)
    
หลังจากห่อเรียบร้อยก็ใช้ปลายมีดแหลม ๆ เจาะรูให้ทั่วแผ่นก่อนจะนำไปทอด เวลาทอดแล้วเนื้อข้างในจะได้สุกทั่วทั้งแผ่น การทอดนั้นใช้ไฟแรงปานกลาง ตั้งน้ำมันให้ร้อนจัดจนเดือด จากนั้นก็ปรับไฟลงมาเล็กน้อย แล้วก็ใส่แผ่นแป้งที่เตรียมไว้ลงทอดให้น้ำมันท่วมแผ่น ใช้เวลาทอดประมาณ 3-4 นาที ดูว่าแผ่นแป้งเป็นสีเหลืองทองก็ใช้ได้ ตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน ใช้มีดหั่นแบ่งเป็นชิ้น ๆ เป็นลักษณะคล้ายกระเบื้อง ก็พร้อมขายพร้อมเสิร์ฟ คู่กับน้ำจิ้มบ๊วย
    
เมนู “กระเบื้องทะเล” ของร้านนี้ ราคาขาย 16 ชิ้น 100 บาท ซึ่งแผ่นแป้ง 1 แผ่นหั่นแบ่งได้ 8 ชิ้น จากส่วนผสมที่นวดผสมไว้ราว 3 กิโลกรัม มีต้นทุนวัตถุดิบประมาณ 1,000 บาท สามารถนำมาทำเมนูนี้ได้ประมาณ 15 ชุด ขายชุดละ 100 บาท ขายหมดก็จะมีรายได้ประมาณ 1,500 บาท ได้กำไรประมาณ 500 บาท หรือกำไรประมาณ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์
เจ้าของร้านยังบอกอีกว่า ส่วนผสมที่ใช้ทำเมนูกระเบื้องทะเลนี้ ทำได้อีกหนึ่งเมนูคือ “ทอดมันกุ้ง” เพราะใช้ส่วนผสมเดียวกัน โดยการทำก็แบ่งเนื้อกุ้งที่นวดผสมไว้เป็นก้อน ใช้นิ้วเจาะให้เป็นรูตรงกลางเป็นลักษณะโดนัท (เวลาทอดจะได้สุกทั่ว) นำไปคลุกกับเกล็ดขนมปัง แล้วทอดประมาณ 5-6 นาที ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ก็จะได้เป็นทอดมันกุ้ง 
    
เมนูทอดมันกุ้งนี้ ราคาขาย 5 ชิ้น 100 บาท
           
 แถมด้วยสูตร “ยำเห็ดเข็มทองกุ้งสด” อีกหนึ่งเมนูที่ได้รับความนิยม วัตถุดิบหลัก ๆ ก็มี... เห็ดเข็มทอง, กุ้งสด, ตั้งโอ๋สด, ต้นหอม, หอมแดง ส่วนเครื่องปรุงรสก็มี.. พริกขี้หนูสวน, มะนาว, น้ำปลา, น้ำเชื่อมวิธีทำก็เริ่มจาก... นำเห็ดเข็มทองประมาณ 2 ขีด และกุ้งกุลาขาวตัวขนาดกำลังดี 8 ตัว มาทำการลวกน้ำร้อนให้สุก ตักขึ้นมาพักไว้ แต่เห็ดเข็มทองที่ลวกแล้วจะต้องทำการบีบน้ำให้ออกจากเห็ดให้หมดก่อนจะนำไปยำ เพราะถ้าไม่เอาน้ำออกเวลานำไปยำแล้วน้ำที่อยู่ในเห็ดจะทำให้รสชาติของยำนั้นเสียรส
    
การปรุงน้ำยำก็ใส่มะนาว น้ำปลา น้ำตาลทรายเล็กน้อย และพริกขี้หนูสวนทุบพอหยาบ ลงในภาชนะที่ใช้ปรุงน้ำยำ ต้องการรสชาติแบบไหนก็ปรุงตามต้องการ คลุกให้เข้ากัน ใส่หอมแดง ต้นหอม ตั้งโอ๋สดหั่น ผสมลงไป คลุกเคล้าสักพักจึงค่อยนำเห็ดเข็มทองที่ลวกแล้วลงคลุกให้ทั่ว ตักใส่จาน นำกุ้งที่ลวกไว้แล้วมาวางเรียงให้สวยงาม พร้อมขาย-พร้อมเสิร์ฟเมนูยำเห็ดเข็มทองกุ้งสดนี้ ราคา 80 บาท
                               
    
ร้านครัวริมนทียังมีเมนูเด็ด ๆ อีกหลายอย่าง ที่ลูกค้านิยมมาก ๆ ก็เป็นพวกเมนูปลา เช่น เมี่ยงปลาช่อน, ปลาม้าผัดพริกไทยดำ, ปลาคังผัดฉ่า ต้มยำปลาคัง, ต้มยำปลาม้า ฯลฯ ร้านนี้อยู่ที่ลาดกระบังซอย 1 เลี้ยวเข้าซอยจนถึงวัดลานบุญ เลี้ยวขวาก็เจอร้าน เบอร์โทรศัพท์ร้านคือ 0-2727-9739 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 10.30-22.30 น. ทุกวัน ทั้งนี้ สำหรับเมนู “กระเบื้องทะเล” และ  “ยำเห็ดเข็มทองกุ้งสด” นั้น ใครจะลองนำสูตรไปฝึกทำขาย ก็ลุยกันเลย !!       

คู่มือลงทุน..กระเบื้องทะเล

ทุนอุปกรณ์                  ขึ้นกับรูปแบบการทำขาย

ทุนวัตถุดิบ                 ไม่เกิน 65% ของราคาขาย 

รายได้                 ราคาขาย 100 บาท / 16 ชิ้น 

แรงงาน                                     1 คนขึ้นไป

ตลาด                         ร้านอาหาร, ทำขายทั่วไป

จุดน่าสนใจ               เมนูกินเล่นทำง่าย-ขายไม่ยาก

บดินทร์ ศักดาเยี่งยงค์ 
http://www.dailynews.co.th/

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554

ปู ก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ

เรื่อง/ภาพ ชายโย


ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ อาจจะเป็นเมนูโปรดสำหรับหลายๆ คนที่อยากรับประทานก๋วยเตี๋ยว

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ อาจจะเป็นเมนูโปรดสำหรับหลายๆ คนที่อยากรับประทานก๋วยเตี๋ยว แต่ต้องการความแซบแบบไทยๆ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำจึงเป็นเมนูที่เหมาะมาก และยิ่งร้านไหนที่สามารถทำก๋วยเตี๋ยวต้มยำแห้งได้อร่อยแล้ว ยิ่งไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะก๋วยเตี๋ยวต้มยำแห้งถ้าคนไม่รู้สูตร มือไม่ถึงจริงๆ ทำอร่อยยากครับ และเราเองก็เจอหลายร้านที่สอบตกในเมนูก๋วยเตี๋ยวต้มยำแห้งมาแล้ว
วันนี้เราจะพาไปที่ร้าน ปู ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำสูตรโบราณ การเดินทางมาที่ร้านนี้ค่อนข้างลำบากนิดหนึ่ง ตรงที่ต้องมีรถส่วนตัวอย่างเดียวเลยการเดินทางมาที่ร้านนี้ให้วิ่งมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 9 หรือวงแหวนรอบนอกตะวันตก มุ่งหน้าไปทางบิ๊กซี บางใหญ่ หากเดินทางมาจากด้านฝั่งธนบุรี วิ่งเลยยูเทิร์นที่มาจากถนนพระราม 5 เล็กน้อยให้ชิดซ้าย จะผ่านโลตัส ชะลอหาซอยวัดพระเงิน หรือป้ายบอกทางไปโรงเรียนเปรมประชาวัฒนา วิ่งเข้าซอยตรงไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ก่อนถึงวัดป่ามณีกาญจน์ จะเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ทางซ้ายมือ เป็นร้านเล็กๆ แต่ลูกค้าแน่นร้านตลอด ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่กลับมาจากทำบุญที่วัด หรือเพิ่งออกจากการปฏิบัติธรรม
เมนูเด็ดของร้านก็เห็นจะเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำสูตรโบราณ ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นราคาขายประมาณ 25 บาท แต่ส่วนใหญ่จะสั่งกัน 2 ชาม ก็ตก 50 บาทถึงจะอิ่ม จะว่าคุ้มก็ไม่เชิง คงแล้วแต่คนคิดว่าถูกหรือแพงกว่ากัน แต่เรื่องรสชาตินั้นผมบอกได้เลยว่าอร่อยใช้ได้เลยครับ ครบเครื่องชนิดที่ว่ารับประทานแล้วต้องบอกว่าใช่เลย
รสชาติก๋วยเตี๋ยวของที่นี่จะออกหวานมันเผ็ดตาม คลุกเคล้าให้เข้ากันก็จะได้ความอร่อยของหมูต้มยำทรงเครื่อง บีบมะนาวอีกนิด เติมพริกอีกหน่อยก็อร่อยเหาะกันเลยทีเดียว เมนูที่เราสั่งมาชิมคือก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำแห้งเส้นเล็ก และก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น 2 เมนูนี้รับรองความอร่อย
คนที่มารับประทานอาหารที่ร้านนี้ เราแนะนำให้มาทำบุญหรือเที่ยวชมวัดละแวกนี้ในตัว เพราะที่วัดป่ามณีกาญจน์ ขึ้นชื่อเรื่องการปฏิบัติธรรมและนั่งสมาธิพอสมควร รวมทั้งคนที่กำลังหาต้นไม้ตกแต่งสวนและบ้าน ในซอยนี้มีขายเยอะครับ จะได้คุ้มค่าน้ำมัน ดีกว่ามาชิมเพียงอย่างเดียว 

วุ้นเส้นผัดปลาหลังขาว, หมูชุบแป้งทอดกับซอสพะโล้งาขาว


























































































Credit : http://yingsakfood.com





ลูกชิ้นไก่ทรงเครื่อง, ลาซานญ่าก๋วยเตี๋ยวกะเพราหมู











































Credit  : http://yingsakfood.com/

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554

ไก่บ้านต้มแซบ ใบมะขามอ่อน

คอลัมน์ จานเด็ด 77 จังหวัด


มะขามเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ นิยมปลูกตามบ้านทั่วไปในทุกภาค เป็นพืชสารพัดประโยชน์

ใช้ส่วนต่างๆ ปรุงเป็นอาหารได้ เช่น ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอกอ่อน ฝักมะขามอ่อน และฝักแก่ มาปรุงรสอาหารได้หลายชนิดทั้ง ต้ม แกง หรือยำ

เมนูเด็ดวันนี้ที่แนะนำ "ไก่บ้านต้มแซบใบมะขามอ่อน" เป็นอาหารพื้นบ้านที่นำมาผสมผสานอย่างลงตัว ซึ่งมีใบมะขามอ่อนเป็นส่วนประกอบสำคัญ

สูตรจากร้าน "ลาบสารคาม" ของ เรวัติ ชูศิริ เจ้าของร้านชาวพัทลุง ที่มีภรรยาเป็นแม่ครัวฝีมือเยี่ยมชาวมหาสารคาม

หากใครไปเที่ยว แวะชิมได้ที่ร้านตั้งอยู่ริมถนนอภัยบริรักษ์ สายพัทลุง-ลำปำ ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง ห่างจากตัวเมืองพัทลุงไปทางหาดแสนสุขลำปำ ประมาณ 4 กิโลเมตร ราคาถ้วยละ 50 บาท
หรือถ้าจะลองทำชิมเองก็ไม่ผิดกติกา

ส่วนประกอบ เริ่มที่การเลือกไก่บ้าน หรือไก่พื้นเมืองสด น้ำหนักตัวขนาด 1 กิโลกรัมกว่าๆ ผ่าเอาเครื่องในออก ล้างน้ำให้สะอาด

จากนั้นสับเป็นชิ้นๆ ขนาดพอคำ ล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง แล้วต้มในหม้อที่น้ำกำลังเดือด

ต้มจนเนื้อไก่สุกดี ให้สังเกตดูเนื้อไก่เมื่อสุกดี จะมีสีเหลืองอร่าม เนื้อนุ่ม ไม่เหนียว

หลังจากต้มไก่สุกแล้ว จึงใส่เครื่องปรุงรสที่เตรียมไว้ ซึ่งประกอบด้วย ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง ผักชีฝรั่ง พริกแห้งคั่ว ใบมะขามอ่อน น้ำปลา และน้ำมะนาว

จากนั้นต้มต่อจนน้ำเดือดไก่สุกอีกครั้ง อันเป็นเสร็จ ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟรับประทาน จะได้รสชาติอร่อย รสเปรี้ยวของใบมะขามอ่อน และน้ำมะนาว รสเผ็ดของพริกแห้งคั่ว มันอร่อยเนื้อแน่นด้วยไก่บ้าน

กินกับข้าวเปล่าหรือกินเป็นกับแกล้มก็อร่อย รสแซบถูกคอคนปักษ์ใต้

Credit :http://www.khaosod.co.th/

มะยงชิด-มะปรางหวาน


มะยงชิดอยู่บนต้น
ตั้งแต่ปลายปีก่อน อากาศแปลกๆ การกินการอยู่ก็เลยแปลกๆ ไปด้วย

เพราะอากาศแปลกๆ นี้เอง ทำให้ปีนี้มะยงชิด ของดังของดีจากนครนายก-ปราจีนฯ มีให้กินถึง 2 ช่วง

ช่วงแรกคือเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพราะจู่ๆ ต้นมะยงชิดติดดอกก่อนเวลา

กินจนฉ่ำใจรอบแรกไปแล้ว ท่านผู้รู้บอกมาว่าปีนี้มะยงชิดตามฤดูจะทยอยออกกันมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมเป็นต้นไป

ว่าแล้วชาวสวนนครนายกในนาม ชมรมชาวสวนมะปรางจังหวัดนครนายก ร่วมกับจังหวัดนครนายก สำนักงานเกษตรจังหวัด ก็จัดงาน "มะยงชิด มะปรางหวาน ของดีนครนายก" ช่วงวันที่ 11-20 มีนาคม 2554 บริเวณข้างศาลากลางจังหวัด

จัดติดต่อกันมาหลายปี มีแฟนประจำมากพอสมควร

แต่ปีนี้ต้องลุ้นใจตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะนอกจากมะยงจะแพงกว่าปีที่แล้ว สถานการณ์ทั้งการเมืองหรือปัญหาปากท้องก็ไม่เป็นใจ

1.มะปรางหวาน

2.มะปรางงิ้ว

3.มะยงชิด

4.เทียบกับไข่ไก่


ยังไงก็ไปให้กำลังใจเขาหน่อย เพราะของดีปกติปีหนึ่งก็มีกินหนเดียวช่วงเดียว

ช่วงงานเป็นช่วงที่มะยง-มะปรางที่เก็บกำลังลืมต้น ซื้อปุ๊บกินได้ปั๊บ

เปรี้ยวหวานชื่นใจ สมเป็นผลไม้หน้าร้อน

ถ้าสนใจจะไปเที่ยวงานเขา

และต้องสารภาพไว้ตรงนี้ก่อนว่า ก่อนจะเขียนเรื่องนี้ คนเขียนก็สักแต่กิน ไม่ได้สนใจความแตกต่างของมะยง-มะปรางที่ไหน

เพิ่งมารู้ว่ามะปรางกินได้ทั้งเปลือก แต่มะยงต้องปอกก่อน ก็เมื่อวันยกครอบครัวไปซ้ำที่ร้านจันทร์เพ็ญ องครักษ์ แล้วเฮียกับเจ๊เขายัดของดีนครนายกใส่ถุงมาให้ชุดใหญ่ พร้อมคำอธิบายและกำชับกำชา

เอาเป็นว่า ท่านที่มีประสบการณ์เดียวกับข้าพเจ้า ถ้าจะดูว่าอะไรเป็นมะยงชิดหรือมะปรางหวาน เซียนท่านให้สังเกตดังนี้
มะยงชิด 

เมื่อดิบจะเปรี้ยว สุกแล้วหวานอมเปรี้ยว ลูกใหญ่กว่า คิดแล้วประมาณ 8-15 ผล/กิโลกรัม วิธีสังเกตง่ายๆ คือส่วนใหญ่ใหญ่กว่าไข่ไก่ลูกใหญ่ กินแล้วไม่ทำให้เกิดอาการคันคอ

สุกแล้วสีออกเหลืองอมส้ม

ที่ได้ชื่อว่ามะยงชิด คือรสชาติชิดไปทางหวาน

ถ้าค่อนไปทางเปรี้ยว จะเรียกมะยงเฉยๆ หรือมะยงห่าง

มะปรางหวาน

เมื่อดิบจะมัน สุกแล้วหวานเย็นไม่อมเปรี้ยว ลูกเล็กกว่า กิโลกรัมละประมาณ 9-20 ผล บางสายพันธุ์กินแล้วคันคอ

สุกแล้วสีออกเหลือง

ก่อนจะไปงานเขา ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ชมรมชาวสวนมะปรางจังหวัดนครนายก โทร.08-9750-5242, 08-1762-4082 หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายก โทร.0-3731-1289

มะยงชิดหรือมะปรางเปรี้ยวซึ่งลูกใหญ่นี่เป็นเครื่องทดสอบมือของนักเรียนอาหารไทย-ที่ต้องเรียนเรื่องสลัก แกะ ปอก ปาด ริ้ว-ได้เป็นอย่างดี

แถมตำราริ้วก็มีหลายลาย เช่น ลายเกรียว ลายกาบหอย ลายคชกริช ลายข้าวหลามตัด ฯลฯ

จะริ้วต้องปาดให้หนาอย่าริ้วเฉพาะผิวเปลือกนอก ไม่งั้นยางมะปรางจะทำให้เนื้อดำ ไม่น่ากิน

ริ้วแล้วก็ต้องคว้านเม็ดออกด้านข้าง

ต้องมือเบา ค่อยทำ ระวังอย่าให้ช้ำ

ถ้ารู้สึกว่าลำบากมาก

ซื้อเขากินง่ายกว่า
Credit : http://www.khaosod.co.th

สเต๊กหมูพริกไทยดำ ฮิต"ครัวชาวซอย"ลพบุรี

คอลัมน์ อิ่มอร่อย


สําหรับผู้ที่เดินทางมาเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หรือสถานที่อื่นๆ ในอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี และมีเมนู "สเต๊ก" อยู่ในใจ ร้าน "ครัวชาวซอย" สี่แยกซอย 12 ต.ดีลัง มั่นใจว่าต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ไม่ผิดหวัง

ณัฐกานต์ มานะยิ่งเมต หรือ อุ้ย อายุ 24 ปี เจ้าของร้าน "ครัวชาวซอย" กล่าวว่า ในชีวิต ตั้งแต่วัยเด็กมีความสนใจช่วยคุณแม่ปรุงอาหารและทำขนม จนกระทั่งชอบเป็นชีวิตจิตใจ หลังเรียนหนังสือจบปริญญาตรีสาขาการบัญชีที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หลังจากทำงานในบริษัทเอกชนแล้วก็พบว่าตัวเองเป็นคนชอบงานอิสระมากกว่า จึงออกมาด้วยความคิดอยากทำร้านอาหาร

จากนั้นจึงไปเรียนทำอาหารอยู่หลายเดือนกับอาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ผู้ฝึกสอนทำอาหารคนดัง กลับมาฝึกฝนเรียนรู้กับคุณแม่เพิ่มเติม โดยปรุงแต่งรสชาติให้ถูกปากคนไทย จนชำนาญ ได้คุณภาพอาหาร



เมื่อฝีมือเข้าที่เข้าทางและมั่นใจว่าทำได้ จึงชักชวนคุณพ่อคุณแม่ สมชาติ-อุไรรัตน์ มานะยิ่งเมต ช่วยมองหาทำเล เปิดร้านชื่อ ครัวชาวซอย ที่ตลาดซอย 12 ซึ่งเป็นห้องอาหารเพียงคูหาเดียวติดแอร์

เน้นคุณภาพอาหาร วัตถุดิบและความสะอาดเป็นหลักแม้แต่ผักทุกชนิดที่ทางร้านใช‰ปรุงอาหารจะต้องผ่านน้ำโอโซนขจัดสิ่งปนเปื้อนเสียก่อน

ร้านครัวชาวซอย มีเมนูชูโรงคือ "สเต๊กเนื้อหมูพริกไทยดำ"

อุ้ยกล่าวว่า ทางร้านใช้วัตถุดิบจากฟาร์มหมูมาตรฐานโดยตรง คุณภาพไว้ใจได้ ส่วนการหมักสเต๊กเนื้อหมู หมักกับ พริกไทยดำ ซอสมะเขือเทศ เกลือ น้ำตาล ผงปรุงรสของทางร้าน หมักทิ้งไว้ 3-5 วัน จะได้เนื้อที่นุ่ม เครื่องปรุงเข้าถึงเนื้อใน เมื่อทอดหรือย่างจะได้รสชาติที่ถูกปากคนไทย




นอกจากนี้ มีสเต๊กอื่นด้วย เช่น สเต๊กปลาแซลมอนพริกไทยดำ ปลาแซลมอนย่างซีอิ๊ว พอร์กช็อปพริกไทยดำ กุ้งแม่น้ำและเนื้อไก่

ส่วนเมนูพิเศษ จะเป็นปลาสดๆ หลายชนิดจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เช่น ปลาเนื้ออ่อนหรือปลาแดงและปลาน้ำเงิน และกุ้งแม่น้ำ ซึ่งจะสดมากและมีทุกวันพร้อมบริการลูกค้า เมื่อปรุงเป็นฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อนหรือทอดกรอบกระเทียมพริกไทย จะอร่อยสุดๆ มีต้มยำน้ำข้นกุ้งแม่น้ำเพิ่มรสชาติอาหาร

สำหรับอาหารตามสั่ง มีให้เลือกอีกกว่า 30 ชนิด เช่น ปีกไก่ทอดกรอบนอกนุ่มใน ไข่เจียวโหระพา น้ำพริกลงเรือ สลัดกุ้งทอด ต้มแซบกระดูกหมูอ่อน สปาเกตตีทะเล เป็นต้น

เครื่องดื่มชื่นใจมีกาแฟสด ชาเย็น ชาดำมะนาว ไอศกรีม และประเภทของฝาก ได้แก่ ขนมปัง ชีสเค้ก เค้กทานตะวัน เค้กหน้านิ่มช็อกก้า และวุ้นมะพร้าวอ่อน ซึ่งทางร้านทำเองทั้งหมด ลูกค้ามักซื้อไปเป็นของฝาก ซึ่งตอนนี้ได้เสียงตอบรับจากลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัท ข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวทั่วไป

ในส่วนของราคา สเต๊กหมูพริกไทยดำ ราคา 99 บาท สเต๊กปลาแซลมอนพริกไทยดำ ราคา 130 บาท และสเต๊กกุ้งราคา 150 บาท

ร้านครัวชาวซอยหาไม่ยาก ผ่านสี่แยกซอย 12 เพียง 300 เมตร อยู่ด้านซ้ายมือ ทางเข้าอำเภอพัฒนานิคม หรือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ติดกับร้านทองไพลิน 2

เปิดบริการตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. ทุกวัน หรือติดต่อได้ที่โทร. 0-3643-6611 และ 08-6685-7060
http://www.khaosod.co.th

วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2554

ก๋วยเตี๋ยว คั่วไก่ นายฮ้งคั่วไก่ กระทะเหลือง


















































































































ขอบคุณพิเศษ นสพ ไทยรัฐ http://www.thairath.co.th/content/life/153668

อร่อยโดนลิ้น ร้านลูกชิ้นปลานายโจว

ร้านลูกชิ้นปลานายโจว ย่านประดิพัทธ์ มีทั้งก๋วยเตี๋ยว และลูกชิ้นหลากเมนูรสชาติดี จนมีเสียงส่วนใหญ่โหวตให้เป็นร้านที่มีอาหารรสชาติดีที่ต้องขยายความอร่อยปากต่อปาก จนทำให้แต่ละวันมีลูกค้าที่ชอบทานก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา ลูกชิ้นปลามารอลิ้มรสความอร่อยอยู่เนืองแน่นตลอดเวลา 

แม่พลอย บอกก่อนเลยว่าเป็นธรรมดาที่ร้านอาหารรสดี มักมีคนไปทานเยอะ ถ้าช่วงไหนไปแล้วเจอคนเยอะ ให้ถือว่าเป็นเรื่องเบา ๆ ให้ยึดหลักว่าอยากลิ้มรสของเด็ดโดนลิ้นต้องรอกันนิดหนึ่ง หากได้ทานแล้วจะรู้สึกว่าคุ้มค่าแก่การรอคอย ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านลูกชิ้นปลานายโจว แน่นอน
ของโดนลิ้นต้องยกความยอดเยี่ยมให้ ลูกชิ้นปลาลวก ทานกับน้ำจิ้มออร์เดิร์ฟเริ่มต้น ลูกชิ้นปลาที่นี่ใช้เนื้อปลาหางเหลืองและปลาไซตอ มาขูดแล้วทำลูกชิ้นจากเนื้อปลาสองชนิดนี้ล้วน ๆ ไม่มีแป้งปน เนื้อลูกชิ้นนุ่มหนึ่บหวาน ไม่คาว จิ้มทานกับน้ำจิ้มออกรสชาติเผ็ดนำยิ่งทานยิ่งติดใจ ปลาเส้นทอด หรือฮื่อก๊วยและปลาเส้นสาหร่าย ทำมาจากปลาสองชนิดนี้เช่นกัน ทานกับน้ำจิ้มการันตีว่ารสดีไม่แพ้กัน 
เมนูที่ใช้กุ้งเป็นส่วนผสมมี เกี๊ยวกุ้งกระเทียม แผ่นเกี๊ยวนุ่มหุ้มไส้ในเป็นเนื้อกุ้งผสมกรุ่นกลิ่นกระเทียม จิ้มทานกับจิ๊กโฉ่ ความนุ่มและความมีรสชาติที่ดี เรียกว่า อร่อยลืมกลืนเลยล่ะ ลูกชิ้นกุ้งทอด ทานกับน้ำจิ้ม แม่พลอยชอบตรงที่ตัวลูกชิ้นแน่นหนึ่บดี ถ้ามาแรงแซงทางโค้งต้องให้ ลูกชิ้นกุ้งหิมะ ที่ธรรมดาอยู่นอกสายตามาก แต่เอาเข้าจริง ๆ กลับชอบในความอร่อยของลูกชิ้นกุ้งชุบแป้งทอดกรอบ ชวนให้สัมผัสความกรอบนอกนุ่มในและรสชาติดีของลูกชิ้นกุ้ง สัมผัสมิติความอร่อยเองเพลินลิ้นจนลืมนับไม้

เมนูทานเล่นประเภทลวกจิ้มมีทั้ง ลูกชิ้นปลาโกกิ ปลาเส้นทอดมินิ เกี๊ยวทอด ดูเพลิน แต่ไม่อยากเผลอใจสั่งทานเยอะเพราะจะทำให้ท้องแน่นก่อน ยังมีเมนูเส้นก๋วยเตี๋ยวที่รอให้สัมผัสความอร่อยอีกเพียบ มีทั้ง ใหญ่แห้งซีอิ๊ว เส้นหมี่น้ำ วุ้นเส้นต้มยำพริกเผา เล็กแห้งยำ ล้วนแต่น่าทาน แต่แม่พลอยลองสั่ง เส้นปลาโฟยำแห้ง ที่มีเครื่องเคราทั้งลูกชิ้นปลา เส้นปลาทอด ลูกชิ้นกุ้ง เต้าหู้ทอดกรอบ ผักลวก ใส่มาเต็มที่ ส่วนความต่างจากร้านอื่นคือ เย็นตาโฟร้านนี้จะใช้ซอสมะเขือเทศที่ปรุงเองใส่แทนเต้าหู้ยี้ เหตุเพราะป้องกันลูกค้าที่แพ้เต้าหู้ยี้ ให้มีโอกาสทานเย็นตาโฟได้อร่อยเต็มคำ 



ก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา ที่มาพร้อมน้ำซุปใส เชื่อเถอะว่าอย่าเพิ่งปรุงรสชาติให้น้ำซุป ลองซดลิ้มรสน้ำซุปดูก่อนจะติดใจความหอมหวานของน้ำซุปที่ปรุงมาจากน้ำลูกชิ้นปลา กระดูกปลาและส่วนผสมอื่นเคี่ยวปรุงตุ๋นนานถึง 8 ชั่วโมง ทำให้รสชาติออกมาหวานหอมกลมกล่อม

ชักเกิดความหิวในเมนูหลากหลายของร้านลูกชิ้นปลานายโจว อย่ารอช้า ตรงไปที่หมายสัมผัสรสชาติอาหารในมิติต่าง ๆ ด้วยตัวเอง พิกัดเส้นทางจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิตรงมา แล้วเลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกสะพานควายตรงเข้ามาประมาณ 100 เมตร ร้านเป็นตึกแถวคูหาเดียว ติดกับร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดบริการทุกวัน วันจันทร์ เปิดเวลา 09.00–23.00 น. วันอังคาร–วันอาทิตย์ เวลา 09.00–18.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2279-7921 และ 08-1827-6236.



เพิ่มคำอธิบายภาพ
เพิ่มคำอธิบายภาพ
http://www.dailynews.co.th
เรื่อง/ภาพ : แม่พลอย