![]() |
| ขอบคุณพิเศษ นสพ ไทยรัฐ http://www.thairath.co.th/content/life/153408 |
วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2554
อร่อยโดนลิ้น ร้านลูกชิ้นปลานายโจว
ร้านลูกชิ้นปลานายโจว ย่านประดิพัทธ์ มีทั้งก๋วยเตี๋ยว และลูกชิ้นหลากเมนูรสชาติดี จนมีเสียงส่วนใหญ่โหวตให้เป็นร้านที่มีอาหารรสชาติดีที่ต้องขยายความอร่อยปากต่อปาก จนทำให้แต่ละวันมีลูกค้าที่ชอบทานก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา ลูกชิ้นปลามารอลิ้มรสความอร่อยอยู่เนืองแน่นตลอดเวลา
แม่พลอย บอกก่อนเลยว่าเป็นธรรมดาที่ร้านอาหารรสดี มักมีคนไปทานเยอะ ถ้าช่วงไหนไปแล้วเจอคนเยอะ ให้ถือว่าเป็นเรื่องเบา ๆ ให้ยึดหลักว่าอยากลิ้มรสของเด็ดโดนลิ้นต้องรอกันนิดหนึ่ง หากได้ทานแล้วจะรู้สึกว่าคุ้มค่าแก่การรอคอย ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านลูกชิ้นปลานายโจว แน่นอน
ของโดนลิ้นต้องยกความยอดเยี่ยมให้ ลูกชิ้นปลาลวก ทานกับน้ำจิ้มออร์เดิร์ฟเริ่มต้น ลูกชิ้นปลาที่นี่ใช้เนื้อปลาหางเหลืองและปลาไซตอ มาขูดแล้วทำลูกชิ้นจากเนื้อปลาสองชนิดนี้ล้วน ๆ ไม่มีแป้งปน เนื้อลูกชิ้นนุ่มหนึ่บหวาน ไม่คาว จิ้มทานกับน้ำจิ้มออกรสชาติเผ็ดนำยิ่งทานยิ่งติดใจ ปลาเส้นทอด หรือฮื่อก๊วยและปลาเส้นสาหร่าย ทำมาจากปลาสองชนิดนี้เช่นกัน ทานกับน้ำจิ้มการันตีว่ารสดีไม่แพ้กัน
เมนูที่ใช้กุ้งเป็นส่วนผสมมี เกี๊ยวกุ้งกระเทียม แผ่นเกี๊ยวนุ่มหุ้มไส้ในเป็นเนื้อกุ้งผสมกรุ่นกลิ่นกระเทียม จิ้มทานกับจิ๊กโฉ่ ความนุ่มและความมีรสชาติที่ดี เรียกว่า อร่อยลืมกลืนเลยล่ะ ลูกชิ้นกุ้งทอด ทานกับน้ำจิ้ม แม่พลอยชอบตรงที่ตัวลูกชิ้นแน่นหนึ่บดี ถ้ามาแรงแซงทางโค้งต้องให้ ลูกชิ้นกุ้งหิมะ ที่ธรรมดาอยู่นอกสายตามาก แต่เอาเข้าจริง ๆ กลับชอบในความอร่อยของลูกชิ้นกุ้งชุบแป้งทอดกรอบ ชวนให้สัมผัสความกรอบนอกนุ่มในและรสชาติดีของลูกชิ้นกุ้ง สัมผัสมิติความอร่อยเองเพลินลิ้นจนลืมนับไม้
เมนูทานเล่นประเภทลวกจิ้มมีทั้ง ลูกชิ้นปลาโกกิ ปลาเส้นทอดมินิ เกี๊ยวทอด ดูเพลิน แต่ไม่อยากเผลอใจสั่งทานเยอะเพราะจะทำให้ท้องแน่นก่อน ยังมีเมนูเส้นก๋วยเตี๋ยวที่รอให้สัมผัสความอร่อยอีกเพียบ มีทั้ง ใหญ่แห้งซีอิ๊ว เส้นหมี่น้ำ วุ้นเส้นต้มยำพริกเผา เล็กแห้งยำ ล้วนแต่น่าทาน แต่แม่พลอยลองสั่ง เส้นปลาโฟยำแห้ง ที่มีเครื่องเคราทั้งลูกชิ้นปลา เส้นปลาทอด ลูกชิ้นกุ้ง เต้าหู้ทอดกรอบ ผักลวก ใส่มาเต็มที่ ส่วนความต่างจากร้านอื่นคือ เย็นตาโฟร้านนี้จะใช้ซอสมะเขือเทศที่ปรุงเองใส่แทนเต้าหู้ยี้ เหตุเพราะป้องกันลูกค้าที่แพ้เต้าหู้ยี้ ให้มีโอกาสทานเย็นตาโฟได้อร่อยเต็มคำ
ก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา ที่มาพร้อมน้ำซุปใส เชื่อเถอะว่าอย่าเพิ่งปรุงรสชาติให้น้ำซุป ลองซดลิ้มรสน้ำซุปดูก่อนจะติดใจความหอมหวานของน้ำซุปที่ปรุงมาจากน้ำลูกชิ้นปลา กระดูกปลาและส่วนผสมอื่นเคี่ยวปรุงตุ๋นนานถึง 8 ชั่วโมง ทำให้รสชาติออกมาหวานหอมกลมกล่อม
ชักเกิดความหิวในเมนูหลากหลายของร้านลูกชิ้นปลานายโจว อย่ารอช้า ตรงไปที่หมายสัมผัสรสชาติอาหารในมิติต่าง ๆ ด้วยตัวเอง พิกัดเส้นทางจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิตรงมา แล้วเลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกสะพานควายตรงเข้ามาประมาณ 100 เมตร ร้านเป็นตึกแถวคูหาเดียว ติดกับร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดบริการทุกวัน วันจันทร์ เปิดเวลา 09.00–23.00 น. วันอังคาร–วันอาทิตย์ เวลา 09.00–18.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2279-7921 และ 08-1827-6236.
เรื่อง/ภาพ : แม่พลอย
แม่พลอย บอกก่อนเลยว่าเป็นธรรมดาที่ร้านอาหารรสดี มักมีคนไปทานเยอะ ถ้าช่วงไหนไปแล้วเจอคนเยอะ ให้ถือว่าเป็นเรื่องเบา ๆ ให้ยึดหลักว่าอยากลิ้มรสของเด็ดโดนลิ้นต้องรอกันนิดหนึ่ง หากได้ทานแล้วจะรู้สึกว่าคุ้มค่าแก่การรอคอย ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านลูกชิ้นปลานายโจว แน่นอน
ของโดนลิ้นต้องยกความยอดเยี่ยมให้ ลูกชิ้นปลาลวก ทานกับน้ำจิ้มออร์เดิร์ฟเริ่มต้น ลูกชิ้นปลาที่นี่ใช้เนื้อปลาหางเหลืองและปลาไซตอ มาขูดแล้วทำลูกชิ้นจากเนื้อปลาสองชนิดนี้ล้วน ๆ ไม่มีแป้งปน เนื้อลูกชิ้นนุ่มหนึ่บหวาน ไม่คาว จิ้มทานกับน้ำจิ้มออกรสชาติเผ็ดนำยิ่งทานยิ่งติดใจ ปลาเส้นทอด หรือฮื่อก๊วยและปลาเส้นสาหร่าย ทำมาจากปลาสองชนิดนี้เช่นกัน ทานกับน้ำจิ้มการันตีว่ารสดีไม่แพ้กัน
เมนูที่ใช้กุ้งเป็นส่วนผสมมี เกี๊ยวกุ้งกระเทียม แผ่นเกี๊ยวนุ่มหุ้มไส้ในเป็นเนื้อกุ้งผสมกรุ่นกลิ่นกระเทียม จิ้มทานกับจิ๊กโฉ่ ความนุ่มและความมีรสชาติที่ดี เรียกว่า อร่อยลืมกลืนเลยล่ะ ลูกชิ้นกุ้งทอด ทานกับน้ำจิ้ม แม่พลอยชอบตรงที่ตัวลูกชิ้นแน่นหนึ่บดี ถ้ามาแรงแซงทางโค้งต้องให้ ลูกชิ้นกุ้งหิมะ ที่ธรรมดาอยู่นอกสายตามาก แต่เอาเข้าจริง ๆ กลับชอบในความอร่อยของลูกชิ้นกุ้งชุบแป้งทอดกรอบ ชวนให้สัมผัสความกรอบนอกนุ่มในและรสชาติดีของลูกชิ้นกุ้ง สัมผัสมิติความอร่อยเองเพลินลิ้นจนลืมนับไม้
เมนูทานเล่นประเภทลวกจิ้มมีทั้ง ลูกชิ้นปลาโกกิ ปลาเส้นทอดมินิ เกี๊ยวทอด ดูเพลิน แต่ไม่อยากเผลอใจสั่งทานเยอะเพราะจะทำให้ท้องแน่นก่อน ยังมีเมนูเส้นก๋วยเตี๋ยวที่รอให้สัมผัสความอร่อยอีกเพียบ มีทั้ง ใหญ่แห้งซีอิ๊ว เส้นหมี่น้ำ วุ้นเส้นต้มยำพริกเผา เล็กแห้งยำ ล้วนแต่น่าทาน แต่แม่พลอยลองสั่ง เส้นปลาโฟยำแห้ง ที่มีเครื่องเคราทั้งลูกชิ้นปลา เส้นปลาทอด ลูกชิ้นกุ้ง เต้าหู้ทอดกรอบ ผักลวก ใส่มาเต็มที่ ส่วนความต่างจากร้านอื่นคือ เย็นตาโฟร้านนี้จะใช้ซอสมะเขือเทศที่ปรุงเองใส่แทนเต้าหู้ยี้ เหตุเพราะป้องกันลูกค้าที่แพ้เต้าหู้ยี้ ให้มีโอกาสทานเย็นตาโฟได้อร่อยเต็มคำ
ก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา ที่มาพร้อมน้ำซุปใส เชื่อเถอะว่าอย่าเพิ่งปรุงรสชาติให้น้ำซุป ลองซดลิ้มรสน้ำซุปดูก่อนจะติดใจความหอมหวานของน้ำซุปที่ปรุงมาจากน้ำลูกชิ้นปลา กระดูกปลาและส่วนผสมอื่นเคี่ยวปรุงตุ๋นนานถึง 8 ชั่วโมง ทำให้รสชาติออกมาหวานหอมกลมกล่อม
ชักเกิดความหิวในเมนูหลากหลายของร้านลูกชิ้นปลานายโจว อย่ารอช้า ตรงไปที่หมายสัมผัสรสชาติอาหารในมิติต่าง ๆ ด้วยตัวเอง พิกัดเส้นทางจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิตรงมา แล้วเลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกสะพานควายตรงเข้ามาประมาณ 100 เมตร ร้านเป็นตึกแถวคูหาเดียว ติดกับร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดบริการทุกวัน วันจันทร์ เปิดเวลา 09.00–23.00 น. วันอังคาร–วันอาทิตย์ เวลา 09.00–18.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2279-7921 และ 08-1827-6236.
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
![]() |
| http://www.dailynews.co.th |
ป้ายกำกับ:
ไทยFood;ร้านอาหาร
วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554
ปลูกปาล์มน้ำมัน 1 ไร่ ให้ผลตอบแทนเท่า 3 ไร่
"ปาล์มน้ำมัน” จัดเป็นพืชยืน ต้นที่มีอายุการให้ผลผลิตอย่างยาวนาน 20-25 ปี ดังนั้นการคัดเลือกสายพันธุ์, การเตรียมการปลูก และการปลูกสร้างสวนปาล์มน้ำมันในช่วงแรกนับว่ามีความสำคัญที่สุด ต้นปาล์มน้ำมันจะให้ผลผลิตสูงอย่างสม่ำเสมอนั้นขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นที่ และการจัดการสวนในระยะเริ่มปลูกสร้างสวน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้นปาล์มอยู่ในระยะอ่อนแอ ดังนั้นการปฏิบัติที่ถูกวิธีในการปลูก และการดูแลรักษา จะเป็นแนวทางอันหนึ่งที่ทำให้สามารถเพิ่มผลผลิต และลดค่าใช้จ่ายในการผลิตในระยะยาวได้
ปัจจุบันปาล์มน้ำมันได้มีการขยายพื้นที่ปลูกไปยังภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือแม้แต่พื้นที่ลุ่มภาคกลางโดยเฉพาะบริเวณทุ่งหลวงรังสิต ได้มีการใช้พื้นที่ที่เคยปลูกส้มเขียวหวานมาก่อนมาปลูกปาล์มน้ำมันกันมากขึ้นในขณะนี้
ปัจจุบันปาล์มน้ำมันได้มีการขยายพื้นที่ปลูกไปยังภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือแม้แต่พื้นที่ลุ่มภาคกลางโดยเฉพาะบริเวณทุ่งหลวงรังสิต ได้มีการใช้พื้นที่ที่เคยปลูกส้มเขียวหวานมาก่อนมาปลูกปาล์มน้ำมันกันมากขึ้นในขณะนี้
จะเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือแม้แต่พื้นที่ลุ่มภาคกลางโดยเฉพาะบริเวณทุ่งหลวงรังสิต ได้มีการใช้พื้นที่ที่เคยปลูกส้มเขียวหวานมาก่อนมาปลูกปาล์มน้ำมันกันมากขึ้นในขณะนี้
มีข้อมูลว่ามีการปลูกปาล์มน้ำมันในทุ่งรังสิตมา 6 ปีแล้ว ซึ่งให้ผลผลิตมากกว่า 6,000 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี คุณวิสันต์ สินธุนนท์ เกษตรกรดีเด่นภาคใต้ ปี 2540 ได้นำร่องใช้พื้นที่ 1,000 ไร่ ใช้ปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ ทนแล้งปานกลางและมีคุณสมบัติพิเศษคือปลูกได้ในพื้นที่ที่มีแสงน้อยและอุณหภูมิต่ำ ในพื้นที่ทุ่งหลวงรังสิต ตั้งแต่กลางปี พ.ศ. 2553 เพื่อเป็นต้นแบบการปลูกปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ในพื้นที่เหมาะสมเพื่อผลประโยชน์ ตอบแทนและความคุ้มค่าสูงสุดในอาชีพ โดยมีเป้าหมายใช้พื้นที่ปลูก 1 ไร่ ให้ผลตอบแทนมากเท่ากับ 3 ไร่ โดยปลูกปาล์มน้ำมันที่ให้ผลผลิตสูง 5-6 ตันต่อไร่ต่อปี เมื่ออายุ 8 ปี, ผลผลิตสม่ำเสมอ ติดทะลายดก, น้ำหนักทะลายเฉลี่ย 18-22 กิโลกรัม,
ให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันมากกว่า 30%
การคัดเลือกสายพันธุ์ และต้นกล้าปาล์มน้ำมัน อายุของต้นกล้าปาล์มที่ใช้ปลูก ควรมีอายุ 10-18 เดือน และต้องผ่านการคัดต้นกล้าที่ผิดปกติทิ้ง เช่น ต้นเตี้ย และแคระแกร็น ทางใบทำมุมที่แคบกว่าปกติ ทางใบสั้น ต้นผอมชะลูด ซึ่งการดูแลรักษาต้นกล้าปาล์มน้ำมันในแปลงเพาะมีความสำคัญมากในการผลิตปาล์มน้ำมัน ถ้ามีการนำต้นกล้าปาล์มที่ไม่แข็งแรงและไม่สมบูรณ์ไปปลูกจะให้ผลผลิตช้า และผลผลิตที่ได้จะต่ำในระยะยาว ดังนั้นการพิจารณาแหล่งพันธุ์ และแหล่งเพาะกล้าจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในการทำสวนปาล์มน้ำมันให้ประสบความสำเร็จ
ไม่ควรใช้ต้นกล้าที่มีอายุต่ำกว่า 10 เดือนไปปลูก เพราะการใช้ต้นกล้าอายุน้อยจะทำให้มีอัตราการผิดปกติของต้นปาล์มในแปลงสูง และให้ผลผลิตต่ำ ควรเลือกใช้ต้นกล้าปาล์มน้ำมันที่มีอายุ 18 เดือนไปปลูกทั้งนี้ เพราะจะทำให้ต้นปาล์มตกผลเร็ว และให้ผลผลิตถึงจุดคุ้มทุนได้เร็วกว่าใช้ต้นกล้าปกติเป็นจุดที่เกษตรกรควรให้ความสำคัญ เพราะจะเป็นปัจจัยอันหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้.
ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ http://www.dailynews.co.th
มีข้อมูลว่ามีการปลูกปาล์มน้ำมันในทุ่งรังสิตมา 6 ปีแล้ว ซึ่งให้ผลผลิตมากกว่า 6,000 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี คุณวิสันต์ สินธุนนท์ เกษตรกรดีเด่นภาคใต้ ปี 2540 ได้นำร่องใช้พื้นที่ 1,000 ไร่ ใช้ปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ ทนแล้งปานกลางและมีคุณสมบัติพิเศษคือปลูกได้ในพื้นที่ที่มีแสงน้อยและอุณหภูมิต่ำ ในพื้นที่ทุ่งหลวงรังสิต ตั้งแต่กลางปี พ.ศ. 2553 เพื่อเป็นต้นแบบการปลูกปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ในพื้นที่เหมาะสมเพื่อผลประโยชน์ ตอบแทนและความคุ้มค่าสูงสุดในอาชีพ โดยมีเป้าหมายใช้พื้นที่ปลูก 1 ไร่ ให้ผลตอบแทนมากเท่ากับ 3 ไร่ โดยปลูกปาล์มน้ำมันที่ให้ผลผลิตสูง 5-6 ตันต่อไร่ต่อปี เมื่ออายุ 8 ปี, ผลผลิตสม่ำเสมอ ติดทะลายดก, น้ำหนักทะลายเฉลี่ย 18-22 กิโลกรัม,
ให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันมากกว่า 30%
การคัดเลือกสายพันธุ์ และต้นกล้าปาล์มน้ำมัน อายุของต้นกล้าปาล์มที่ใช้ปลูก ควรมีอายุ 10-18 เดือน และต้องผ่านการคัดต้นกล้าที่ผิดปกติทิ้ง เช่น ต้นเตี้ย และแคระแกร็น ทางใบทำมุมที่แคบกว่าปกติ ทางใบสั้น ต้นผอมชะลูด ซึ่งการดูแลรักษาต้นกล้าปาล์มน้ำมันในแปลงเพาะมีความสำคัญมากในการผลิตปาล์มน้ำมัน ถ้ามีการนำต้นกล้าปาล์มที่ไม่แข็งแรงและไม่สมบูรณ์ไปปลูกจะให้ผลผลิตช้า และผลผลิตที่ได้จะต่ำในระยะยาว ดังนั้นการพิจารณาแหล่งพันธุ์ และแหล่งเพาะกล้าจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในการทำสวนปาล์มน้ำมันให้ประสบความสำเร็จ
ไม่ควรใช้ต้นกล้าที่มีอายุต่ำกว่า 10 เดือนไปปลูก เพราะการใช้ต้นกล้าอายุน้อยจะทำให้มีอัตราการผิดปกติของต้นปาล์มในแปลงสูง และให้ผลผลิตต่ำ ควรเลือกใช้ต้นกล้าปาล์มน้ำมันที่มีอายุ 18 เดือนไปปลูกทั้งนี้ เพราะจะทำให้ต้นปาล์มตกผลเร็ว และให้ผลผลิตถึงจุดคุ้มทุนได้เร็วกว่าใช้ต้นกล้าปกติเป็นจุดที่เกษตรกรควรให้ความสำคัญ เพราะจะเป็นปัจจัยอันหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้.
ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ http://www.dailynews.co.th
วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554
ประวัติวัดไตรมิตร พระทองคำจากวัดพระยาไกร
สิ่งสำคัญของวัดนี้ คือ "พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร" หรือ "พระสุโขทัยไตรมิตร" หรือ "หลวงพ่อทองคำ" เป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการบันทึกในหนังสือกินเนสส์บุ๊ก ออฟเร็กคอร์ด ปี 2543 ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หนัก 5.5 ตัน
ประวัติพระพุทธรูปทองคำของวัดไตรมิตรและวัดพระยาไกรนั้นมีประวัติเกี่ยวพันกันมา นายณัฐวุฒิ เลิศวนานนท์ ผู้เชี่ยวชาญ อธิบายว่าต้องย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ.2335 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1 มีวัดอยู่วัดหนึ่งชื่อวัดไผ่ล้อม ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (เจ้าสัวบุญมา) บูรณะวัดพระยาไกรและให้ชื่อว่าวัดโชตนาราม หลังจากนั้น ปี 2482 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 8 มีการรื้อที่วัดเงินบริเวณคลองเตยเพื่อสร้างท่าเรือคลองเตย จึงย้ายวัดเงินมารวมไว้ที่วัดไผ่ล้อมและกลายเป็น "วัดไผ่เงิน" ปี 2483 รวมวัดโชตนาราม (วัดพระยาไกร) เข้ากับวัดไผ่เงิน และเปลี่ยนชื่อเป็นวัดไผ่เงินโชตนาราม
เวลาผ่านไป วัดพระยาไกรกลายเป็นวัดร้าง พ.ศ.2478 ที่ประชุมคณะสงฆ์จึงให้วัดไตรมิตรวิทยารามและวัดไผ่เงินโชตนารามไปอัญเชิญพระพุทธรูปสององค์ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดพระยาไกรไปประดิษฐานไว้ตามสมควร ทางคณะของวัดไผ่เงินได้เลือกอัญเชิญพระพุทธรูปสำริดไป ส่วนพระพุทธรูปอีกองค์ที่ไม่ได้เลือกเพราะพบว่าชำรุดโดยมีรอยร้าวตั้งแต่บั้นพระเอวลงไป
พระพุทธรูปสำริดที่นำไปยังวัดไผ่เงินโชตนารามนั้นก็คือ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ นั่นเอง และต่อมาในปี พ.ศ.2525 ในโอกาสฉลอง 200 ปีกรุงรัตนโกสินทร์จึงได้มีการบูรณะและปิดทองทั้งองค์
พระพุทธรูปปูนปั้นที่เหลืออีกองค์นั้นนำไปประดิษฐานที่วัดไตรมิตร และสร้างเพิงสังกะสีมุงเป็นหลังคากั้นไว้อย่างหยาบๆ หลังจากนั้นเป็นเวลาเกือบ 20 ปี เมื่อพระอุโบสถและพระวิหารหลังใหม่สร้างเสร็จ จึงอัญเชิญไปประดิษฐาน แต่ในขณะเคลื่อนย้ายพระพุทธรูป เนื่องจากพระพุทธรูปมีน้ำหนักมาก สายเครื่องกว้านจึงขาดลง ทำให้พระพุทธรูปตกกระแทกพื้น ส่งผลให้ปูนที่หุ้มบริเวณพระอุระกะเทาะออก เผยให้เห็นเนื้อทองคำบริสุทธิ์
เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2498 ท่านเจ้าอาวาสจึงให้ลอกปูนออกทั้งองค์ แล้วนำขึ้นประดิษฐานภายในพระวิหาร
ปี 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระนามให้พระพุทธรูปว่า "พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร"
วันที่ 27 ต.ค.2551 ทางวัดอัญเชิญหลวงพ่อทองคำประดิษฐานในพระมหามณฑปที่สร้างขึ้นใหม่อย่างดงามอลังการ จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โดยใช้ฤกษ์ 09.09 น.
พิธีสมโภชจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2552 จนถึงคืนวันที่ 1 มกราคม 2553
ขอบคุณ นสพ ข่าวสด
เพาะเห็ดเพาะวิชา ตำราธรรมชาติ
คอลัมน์ สดจากเยาวชน
ยศศยามล กรมติ
ยศศยามล กรมติ
นอกห้องเรียนของเด็กๆ มีหลายหลากเรื่องราวให้ศึกษาเรียนรู้
เด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาลวัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี จึงมีห้องเรียนนอกเวลาเพื่อค้นคว้าความรู้นอกตำราเรียน ที่เด็กๆ พร้อมจะนำไปใช้ปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน
ห้องเรียนที่ว่านี้คือโรงเพาะเห็ดขนาดย่อมของเด็กๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลวัดพระพุทธบาท การที่เด็กๆ ได้ดูแลก้อนเห็ดของตัวเองในช่วงระยะเวลาเพียง 1 เทอม ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้ธรรมชาติของเห็ด พร้อมฝึกความรับผิดชอบที่มีต่อหน้าที่ไป ในตัว
ช่วงพักเที่ยงของทุกวัน จึงเป็นเวลาที่ ด.ช.สหสวรรษ บุญจันทร์ หรือน้องโอ๊ต กับเพื่อนๆ ในห้องชื่นชอบไม่แพ้การได้ออกไปวิ่งเล่นในสนามโล่งกว้างของโรงเรียน
นั่นก็คือการได้เข้าไปดูแลโรงเพาะเห็ดของตนเอง ทั้งรดน้ำก้อนเห็ด เขี่ยหน้าเห็ด ทำความสะอาดโรงเรือน หรือแม้กระทั่งเก็บเห็ดไปขาย
เด็กๆ ชั้นป.5 จะมีเวรผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาดูแลโรงเพาะเห็ดอยู่ตลอดทั้งเทอม โอ๊ตบอกว่า "ห้องป.5 จะมีเวรดูแลโรงเพาะเห็ดในแต่ละวันอยู่แล้วครับ ผมกับเพื่อนๆ สลับกันเข้ามารดน้ำและ
ทำความสะอาดอยู่ตลอด
ด.ช.พงศา ขำบาง หรือน้องต้า เล่าเสริมว่า "เห็ดของพวกเราไม่ได้มีดอกให้เก็บทุกวัน ออกดอกไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่เก็บไปให้แม่ครัวที่โรงอาหารทำเป็นอาหารกลางวัน หรือบางครั้งก็ช่วยกันเก็บไปขายตามบ้านที่อยู่ใกล้ๆ กับโรงเรียนครับ"
กิจกรรมโรงเพาะเห็ดของโอ๊ต ต้า และเพื่อนๆ ไม่เพียงแต่ กลายเป็นอาหารมื้ออร่อยของเด็กๆ ในโรงเรียนเท่านั้น การมีโรงเพาะเห็ดอยู่ในโรงเรียนยังสร้างรายได้ให้กับโรงเรียนอีกทางหนึ่งด้วย
ก้อนเชื้อเห็ดที่วางซ้อนทับกันบนชั้นไม้ไผ่ในโรงเรือนเพาะเห็ดของเด็กๆ มีทั้งก้อนที่สมบูรณ์พร้อมออกดอก และก้อนที่ มีเชื้อราสะสมอยู่ในปริมาณมากและน้อยผสมกันไป
เด็กๆ มองดูก้อนเชื้อเห็ดของตนเองแล้ววิเคราะห์ออกมาได้ว่าต้องมีสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว โชคดีที่มีโรงเพาะเห็ดแบบครบวงจร ชื่อว่าพีเคฟาร์มเห็ด ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับโรงเรียน คุณครูเขมมิกา เนตรสว่าง ครูประจำชั้นป.5 จึงเกิดความคิดที่จะพาเด็กๆ เข้าไปเรียนรู้ขั้นตอนการดูแลเห็ดของฟาร์มแห่งนี้
พันตรีพรชัย ผลแก้ว เจ้าของฟาร์มเห็ดใจดี ยินดีต้อนรับเด็กๆ โรงเรียนอนุบาลวัดพระพุทธบาท เพื่อเข้ามาเรียนรู้เรื่องการเพาะเห็ดอินทรีย์ตามแบบฉบับของพีเคฟาร์มเห็ด เด็กๆ ได้ศึกษาหลากหลายกระบวนการจากเจ้าของฟาร์ม ตั้งแต่การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การอัดก้อนเชื้อเห็ด การบำรุงและดูแลรักษาโรงเรือนเพาะเห็ดอย่างถูกวิธี ที่สำคัญมีของแถมพ่วงท้ายให้เด็กๆ ได้ลองสัมผัสและดูเหมือนว่าจะดึงดูดความสนใจของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี คือการทำฮอร์โมนเพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโตของเห็ดนั่นเอง
ฮอร์โมนแสนพิเศษที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตให้เห็ดนั้น ไม่ได้มาจากสารเคมีใดๆ ส่วนผสมล้วนแต่มาจากธรรมชาติและสิ่งใกล้ตัวที่หาได้ไม่ยาก
ผู้พันพรชัยสอนเด็กๆ ทำฮอร์โมน 2 ชนิดที่พีเคฟาร์มเห็ดใช้อยู่เป็นประจำ ซึ่งมีขั้นตอนไม่ซับซ้อนดูแล้วเข้าใจง่าย เด็กๆ สามารถนำไปทำเองที่บ้านได้ นั่นคือ ฮอร์โมนไข่ และจุลินทรีย์หน่อกล้วย ส่วนผสมส่วนใหญ่ได้จากสิ่งของรอบตัว
ต้าบอกว่า "การมาเรียนรู้ที่พีเคฟาร์มเห็ด ทำให้ได้รับความรู้ใหม่ๆ นอกจากฮอร์โมน 2 ชนิดที่พันตรีพรชัยสาธิตและให้พวกเราได้ลองทำแล้ว ยังได้รู้เกี่ยวการดูแลโรงเพาะเห็ดที่ถูกวิธี ได้รู้ว่าทำไมโรงเพาะเห็ดที่โรงเรียนถึงมีปัญหาที่ทำให้ดอกเห็ดออกน้อย สาเหตุสำคัญก็คือเพราะที่นั่นขาดความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม"
โอ๊ตพูดเสริมว่า "ความรู้ใหม่ๆ หลังจากได้ มาศึกษาที่ฟาร์มเห็ด ก็คือได้รู้ว่าโรงเพาะเห็ด ที่ดีควรมีปัจจัย ได้แก่ 1.อุณหภูมิ ของโรงเรือน ต้องเหมาะสม 2.ความชื้นต้อง มี 60% 3.ต้องมีแสงพอประมาณ 4.อากาศถ่ายเท ได้ง่าย ถ้ามีครบ 4 ข้อนี้ ก็จะเป็น โรงเพาะเห็ดที่ มีคุณภาพ ดอกเห็ดจะออกสม่ำ เสมอ"
การที่เด็กๆ ได้เข้ามาเรียนรู้ถึงข้อดีข้อเสีย และได้มาสังเกตการณ์พร้อมปฏิบัติจริงนอกห้องเรียนเช่นนี้ ทำให้ได้รับความรู้ใหม่ๆ ที่นำกลับไปพัฒนาโรงเพาะเห็ดของตนเองได้
ตามเด็กๆ ไปศึกษาการทำเห็ดแบบชีวภาพ ในรายการทุ่งแสงตะวัน ตอน โรงเรียนเห็ดชีวภาพ วันเสาร์ที่ 5 มี.ค.นี้ ช่อง 3 เวลา 06.25 น. www.payai.com
ขอบคุณพิเศษ นสพ ข่าวสด http://www.khaosod.co.th
ยำยอดมะขามอ่อน ต้อนรับฤดูฝน
จานเด็ด 77 จังหวัด
ในระยะนี้ฝนเริ่มตกลงมาบ้างแล้วในบางพื้นที่ทำให้ยอดไม้นานาชนิดเริ่มแตกยอดอ่อน
"วิชัย ทาเปรียว" ข่าวสดประจำจังหวัดเชียงใหม่พาไปแอ่วเชียงใหม่ แนะนำเมนูเด็ดอาหารตามฤดูกาลของภาคเหนือ โดยมีผักสวนครัวรั้วกินได้อีกอย่างหนึ่ง คือ "ยอดมะขาม" เป็นตัวเอก
ชาวบ้านในแถบชานเมืองในปัจจุบันนี้ยังนิยมปลูกต้นมะขามไว้ทำรั้ว แต่ต้องคอยตัดไม่ให้สูง เพื่อที่จะได้เก็บยอดมะขามอ่อนไว้กิน
ศิริพงศ์ จาระนะ หรือเสี่ยตุ๋ม เจ้าของร้านอาหาร "บ้านไร่ยามเย็น" ร้านอาหารพื้นเมืองชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ บอกสูตรเมนูเด็ด "ยำยอดมะขามอ่อน"
เริ่มต้นที่การเตรียม เครื่องปรุง ยอดมะขามอ่อนมา 2 ถ้วย หอมหัวใหญ่ 1 ถ้วย หอมแดงเจียวครึ่งถ้วย น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ มะเขือเทศลูกใหญ่ ผ่าเป็นซีก 3 ลูก แคบหมูหั่นละเอียด 1 ถ้วย พริกแห้งทอด 3 เม็ด
ส่วนวิธีทำไม่ยาก เริ่มต้นที่เอาเครื่องปรุงทุกอย่างคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน ชิมดูตามชอบและปรุงรสชาติอาหารตามชอบ เท่านี้ก็อร่อยแล้ว
หากไม่สะดวกในการทำที่บ้านก็แวะไปที่ร้านบ้านไร่ยามเย็น เพราะยังมีอาหารอร่อยอีกมากมาย
เช่น ยำยอดมะขาม ต้มเห็ดเผาะ แกงผักหวาน แกงฮังเล ไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม ลาบหมูคั่ว แกงโฮะ ลาบเมือง แคบหมู หมูยอ
ราคาไม่แพง เฉลี่ยต่อหัวต่ำกว่า 100 บาท จำนวนโต๊ะมีมากกว่า 61 โต๊ะ ยังพร้อมที่จะบริการจัดงานเลี้ยง
บ้านไร่ยามเย็น อยู่เลขที่ 14 หมู่ 3 ซอยวัดลังกา 3 เจริญราษฎร์ ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทร.0-5324-7999, 0-5324-4796 เปิดทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 11.00-24.00 น. และวันอาทิตย์ 11.00-22.00 น.
การเดินทางไปร้านอาหารบ้านไร่ยามเย็น จากตัวเมืองเชียง ใหม่ ใช้ถนนเจริญราษฎร์ ตรงไปทางวัดลังกา เลี้ยวเข้าซอยวัดลังกา 3 ประมาณ 100 เมตร ร้านอยู่ทางด้านซ้ายมือ
ขอบคุณพิเศษ นสพ ข่าวสด http://www.khaosod.co.th
"วิชัย ทาเปรียว" ข่าวสดประจำจังหวัดเชียงใหม่พาไปแอ่วเชียงใหม่ แนะนำเมนูเด็ดอาหารตามฤดูกาลของภาคเหนือ โดยมีผักสวนครัวรั้วกินได้อีกอย่างหนึ่ง คือ "ยอดมะขาม" เป็นตัวเอก
ชาวบ้านในแถบชานเมืองในปัจจุบันนี้ยังนิยมปลูกต้นมะขามไว้ทำรั้ว แต่ต้องคอยตัดไม่ให้สูง เพื่อที่จะได้เก็บยอดมะขามอ่อนไว้กิน
ศิริพงศ์ จาระนะ หรือเสี่ยตุ๋ม เจ้าของร้านอาหาร "บ้านไร่ยามเย็น" ร้านอาหารพื้นเมืองชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ บอกสูตรเมนูเด็ด "ยำยอดมะขามอ่อน"
เริ่มต้นที่การเตรียม เครื่องปรุง ยอดมะขามอ่อนมา 2 ถ้วย หอมหัวใหญ่ 1 ถ้วย หอมแดงเจียวครึ่งถ้วย น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ มะเขือเทศลูกใหญ่ ผ่าเป็นซีก 3 ลูก แคบหมูหั่นละเอียด 1 ถ้วย พริกแห้งทอด 3 เม็ด
ส่วนวิธีทำไม่ยาก เริ่มต้นที่เอาเครื่องปรุงทุกอย่างคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน ชิมดูตามชอบและปรุงรสชาติอาหารตามชอบ เท่านี้ก็อร่อยแล้ว
หากไม่สะดวกในการทำที่บ้านก็แวะไปที่ร้านบ้านไร่ยามเย็น เพราะยังมีอาหารอร่อยอีกมากมาย
เช่น ยำยอดมะขาม ต้มเห็ดเผาะ แกงผักหวาน แกงฮังเล ไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม ลาบหมูคั่ว แกงโฮะ ลาบเมือง แคบหมู หมูยอ
ราคาไม่แพง เฉลี่ยต่อหัวต่ำกว่า 100 บาท จำนวนโต๊ะมีมากกว่า 61 โต๊ะ ยังพร้อมที่จะบริการจัดงานเลี้ยง
บ้านไร่ยามเย็น อยู่เลขที่ 14 หมู่ 3 ซอยวัดลังกา 3 เจริญราษฎร์ ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทร.0-5324-7999, 0-5324-4796 เปิดทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 11.00-24.00 น. และวันอาทิตย์ 11.00-22.00 น.
การเดินทางไปร้านอาหารบ้านไร่ยามเย็น จากตัวเมืองเชียง ใหม่ ใช้ถนนเจริญราษฎร์ ตรงไปทางวัดลังกา เลี้ยวเข้าซอยวัดลังกา 3 ประมาณ 100 เมตร ร้านอยู่ทางด้านซ้ายมือ
ขอบคุณพิเศษ นสพ ข่าวสด http://www.khaosod.co.th
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




















